Blog

  • 10452309_10202315740645930_8304605391270054899_n
    สร้างโดราเอมอน 3D ง่ายๆแค่มีสมาร์ทโฟน!
    Posted in: free download, mobile application, ข่าวสั้น, เทคโนโลยี

    เอาใจคนรักโดราเอมอน วันนี้แอดมินมีอะไรสนุกมาให้ลองทำกันครับ นั่นก็คือการสร้าง “Doraemon 3D” ด้วยตัวคุณเอง เป็นหนึ่งในแคมเปญสนุกๆของกูลิโกะญี่ปุ่น สำหรับการโปรโมต Stand by Me  ครับ ขอแค่คุณมีสมาร์ทโฟน iOS,Android และ คอมพิวเตอร์ หรือ แทบเลต อีกเครื่องครับ   วิธีทำครับ ต้องไปโหลดแอพมาก่อน สำหรับ iOS จะใช้ชื่อว่า グリコぬりえ โหลดฟรีผ่าน App Store Japan ครับ   ส่วนของ Android จะต้องติดตั้งแอพด้วยตัวคุณเองครับ ไม่ต้องใช้ Play Store เพียงเข้าไปที่ลิ้งค์นี้ครับ   เปิดแอพมาแล้ว เราก็จะเจอคำสั่งต่างๆ ครับ   ขั้นตอนแรก เลือกอันล่างสุดครับ ตัวแอพก็จะเปิด Safari แล้วเข้ามาที่ http://web.glico.jp/dr2014/g-nurie/marker เราก็จะได้รูปสำหรับสร้างภาพ 3D แล้วครับ กดเซฟได้เลย แล้วเอาไปใส่สีต่อ […]

  • IMG_7771
    เกาะนี้คนญี่ปุ่นชอบไป “Houtou Shrine” นั่งเรือข้ามเกาะไปขอ(ให้ถูก)หวย
    Posted in: culture, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

    จาก ท่าเรือโยบุโกะ : เมืองชาวประมง (ที่ขึ้นเรืออิกะมารุและเดินทางไปถ้ำเจ็ดหม้อไฟ) ก่อนเดินทางข้ามไปเกาะทะคะชิม่าเพื่อไปศาลเจ้าโฮโต เราแวะทานอาหารที่ขึ้นชื่อหรือเป็นเมนูเด่นดังของจังหวัดซะงะเลยก็ว่าได้คือ ปลาหมึก (ดิบ) นั่นเอง ร้านอาหารนี้ได้รับการแนะนำจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดซะงะเลยว่า ร้านนี้เด็ดตั้งแต่ที่ตั้งร้านอาหารแล้ว เพราะร้านลอยอยู่ในทะเลลงไปชั้นใต้ดิน ห้องอาหารจะมีกระจกใสมองเห็นน้ำทะเลด้วย หน้าตาของปลาหมึกดิบ ที่ยังเป็นๆกลอกตาไปมา ถ้าท่านในทานดิบไม่ได้หรือไม่กล้าก็บอกทางร้านได้ว่าขอให้เอาไปทำเป็นเทมปุระแทน (ชุปแป้งทอด) อีกหนึ่งเมนูที่อร่อยไม่แพ้กันคือ ไข่ออนเซนแช่เย็น ไม่เหมือนทานของคาวแต่เหมือนทานไข่หวานเป็นขนม   เตรียมไปขึ้นเรือเราจะข้ามไปเกาะทะคะชิม่า ที่มีศาลเจ้าชื่อดังแอบซ่อนอยู่กัน เราใช้เวลาไม่นาน ไม่ถึง 20นาทีก็มาถึงเกาะ บรรยากาศท้องฟ้า ทะเลและหมู่บ้านของคนที่นี่คล้ายกับเมืองไทยบ้านเราเลย ทั้งเกาะนี้มีคนอาศัยอยู่แค่ 306คนเท่านั้น ทางเดินไปศาลเจ้ามีป้ายบอกตลอดทาง ก่อนไปศาลเจ้าเราก็จะผ่านร้านคุณป้าสองร้าน ร้านที่หนึ่ง ทั้งดาราคนในวงการทั้งหลายของญี่ปุ่นต่างก็มาที่ร้านนี้เพื่อรอจับมือกับคุณป้า เพราะเชื่อกันว่า คุณป้าคือผู้นำโชค (เค้าว่ากันว่าคนถูกรางวัลเกือบทุกคนผ่านการจับมือกับคุณป้าคนนี้มาแล้ว) คนญี่ปุ่นก็นิยมลุ้นโชคเสี่ยงดวงเหมือนเราหละค่ะ บ้านเค้ามีลอตเตอรี่หลากหลายกว่าเมืองไทยเสียอีก แบบขูดแล้วรู้ผลเลยหรือจะรอลุ้นรางวัลใหญ่แบบร้อยล้านเยนหรือสามร้อยล้านเยน ถ้านึกภาพว่าเงินมันมากแค่ไหนไม่ออก รูปนี้คือเงินจำนวนสามร้อยล้านเยนค่ะ เคล็ดก็คือ ซื้อถุงทองจากร้านนี้แล้วเอาไปศาลเจ้าทำพิธีเล็กๆน้อยๆ ปิดปากถุงให้ดี กลับบ้านก็เอาลอตเตอรี่ที่ซื้อมาใส่ถุงไว้เท่านี้เองค่ะ (ในรูปคือดารา พิธีกรญี่ปุ่นหลายคนที่แวะเวียนกันมาแล้ว) ส่วนอีกร้านนึงของคุณป้าอีกคนก็เด็ดค่ะ เพราะมีแมวควัก แล้วก็มีแมวเยอะแยะเลยแถวนั้น คนญี่ปุ่นเชื่อว่าแมวจะนำความโชคดีมาให้ แมวตัวเอกสุดๆของร้านนี้คือ ยกมือไหว้ได้ด้วย คุณป้าบอกว่าแมวกำลังขอพรให้ถ้าซื้อถุงทองใส่ลอตเตอรี่จากร้านป้าก็จะโชคดีนะ เดินมาไม่ไกลจากร้านคุณป้าทั้งสอง […]

  • MBT_5081
    ฟูจิซังสีเขียว ยามฤดูร้อนมาเยือน
    Posted in: Photo from Japan

    JapaiJapan จะพาไปชมฟูจิซังแบบแปลกตาดูบ้าง ในช่วงเข้าฤดูร้อนแบบนี้ จากที่เราเห็นเป็นสีดำๆ แล้วมีหมวกขาวๆเป็นหิมะปกคลุมในช่วงฤดูหนาว แต่ฟูจิซังในยามนี้เป็นสีเขียว ตั้งแต่ช่วงประมาณเดือนมิถุนายน ไปจนถึงปลายกันยายนนู่นเลยล่ะ ทริปนี้ของผมเกิดจากความบังเอิญ ที่คืนก่อนหน้า เดินเล่นถ่ายรูปอยู่ในโตเกียว แล้วพอลองเช็คสภาพอากาศดู ฟ้าเหมือนจะเป็นใจ แถมเป็นวันหยุดทั้งที ทำไมจะไม่ยอมอดหลับอดนอนบึ่งไปชมฟูจิซังยามเช้าสักหน่อยล่ะ สถานที่แรกที่ตั้งใจว่าต้องมาให้ได้ เพราะเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้ลองมาเส้นทางนี้ดูแล้วตั้งแต่เช้ามืดตีสี่ เดินฝ่ากองหิมะมืดๆมาจนถึงปลายทางเป็นชั่วโมง เพราะรถเข้ามาจอดไม่ได้ แต่ก็อดเดินต่ออีกแค่สิบกว่านาทีก็จะได้เห็นฟูจิซังรับอรุณ เพราะหิมะลื่นมากจนไม่สามารถเดินต่อได้อีก สถานที่นี้ก็คือ Shindotoge – ชินโดโตเกะ (新道峠) ซึ่งเป็นสถานที่ปีนเขายอดนิยมแห่งหนึ่งของคนญี่ปุ่นแถวๆทะเลสาบคาวากุชิโกะนั่นแหละ นอกจากปีนเขาไปเรื่อยๆตามทางที่เขากำหนดให้ ที่ปลายทางเราก็จะพบกับฟูจิซังตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้า และทะเลสาบคาวากุชิโกะทั้งผืนเต็มๆตาเลยทีเดียว มาคราวนี้ ผมมาถึงปลายทางครั้งสุดท้ายตอนมีนาคมที่เวลาประมาณตีสี่ตรงๆ เดินขึ้นเขาต่อไปอีกประมาณสิบกว่านาทีก็จะถึงจุดชมวิวที่ว่า แต่เนื่องจากเป็นช่วงย่างเข้าฤดูร้อน ตีสี่ที่ว่าเช้าแล้ว ก็ยังสายเกินไป พระอาทิตย์เริ่มขึ้นจนสว่างจ้า และอดเห็นบ้านเรือน ท้องถนนบริเวณรอบๆทะเลสาบเปิดไฟระยิบระยับ ทำให้ตั้งใจว่าต้องมาอีกทีเมื่อหิมะแรกหลังฤดูร้อนนี้ ตกลงบนยอดฟูจิซังในช่วงเดือนตุลาคมนี้แหละ หลังจากชมวิวจนหนำใจ ก็ย้ายสถานที่มาอีกที่หนึ่ง บริเวณทะเลสาบคาวากุชิโกะนี่แหละ นั่นก็คือ Mitsutoge – มิทสึโตเกะ (三つ峠山) เป็นสถานที่พักผ่อนริมทาง มีร้านกาแฟเล็กๆเปิดอยู่ และระหว่าง ชินโดโตเกะ กับ […]

  • IMG_7709
    ท่าเรือโยบุโกะ : เมืองชาวประมง เรืออิกะมารุและถ้ำเจ็ดหม้อไฟ
    Posted in: ทั่วไป

    ท่าเรือโยบุโกะ (Yobuko) แห่งนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Timeline จดหมาย ความทรงจำ ฉากที่นางเอกกำลังยืนรอเรือและจะขึ้นเรือไปยังทะเลเรืองแสง ท่าเรือโยบุโกะ เป็นเมืองชาวประมงที่มีปลาหมึกเป็นของขึ้นชื่อ และมีท่าเรือที่จะพาเราไปเที่ยวถ้ำเจ็ดหม้อไฟ (Nanatsugama) ด้วยเรือปลาหมึกหรืออิกะมารุ ที่นี่มีเรือสองแบบคือ อิกะมารุ (Ikamaru) กับซีล่า (Zeera ออกเสียงแบบญี่ปุ่นว่า จีล่า) ซึ่งเส้นทางของเรือนั้นต่างกัน เรืออิกะมารุจะพาเราไปถ้ำนะนะทสึกะมะ ส่วนเรือจีล่าเป็นเรือท้องกระจกสามารถชมวิวใต้ทะเลได้จากในเรือและจะวิ่งตรงไปยังเกาะทะคะชิม่า แต่ละรอบจะใช้เวลา 40นาทีสำหรับพาไปชมเกาะและถ้ำ ด้วยค่าบริการที่ต่างกันด้วย อิกะมารุ 1,500เยน และจีล่าราคา 2,100เยน มีเวลาแต่ละรอบด้วยควรตรวจสอบก่อนจะได้ไม่พลาดรอบเรือ ซ้าย-เรือจีล่า ขวา-เรืออิกะมารุ ใช้เวลาไม่นานก็เดินทางไปถึงถ้ำนะนะทสึกะมะ หรือ ถ้ำเจ็ดหม้อไฟ น้ำทะเลที่นี่สะอาดและใสมาก เป็นสีเขียวและน้ำเงินไปตลอดทาง วันอากาศดีแสงส่องลงทะเลยิ่งเพิ่มความงามให้กับทัศนียภาพ เรือจะพาเราเข้าไปใกล้สุดเกือบเข้าไปในถ้ำ และจะหยุดให้เราเดินออกไปดาดฟัาเรือเพื่อถ่ายรุป และจะพาวนรอบเกาะอีกหนึ่งรอบเพื่อชมเกาะโดยทั่ว เกาะแห่งนี้มีแค่ทางลอดเล็กๆรูเดียวที่ทะลุไปอีกฝั่งนึงได้ นอกนั้นถ้ำที่เห็นจะเป็นทางตันไม่สามารถมองทะลุไปอีกฝั่งนึงได้ ที่นี่จะมีทั้งหมด 7ถ้ำ จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำแห่งนี้ สำหรับเพื่อนที่สนใจจะไปเที่ยวชมถ้ำแห่งนี้ การเดินทางจากสถานีคะระทสึ (Karatsu Station) โดยรถยนต์ประมาณ 35นาที ก็จะถึงท่าเรือโยบุโกะ ข้อมูลการท่องเที่ยว :  The […]

  • 800px-Nijinomatsubara
    Kagamiyama (Saga) จุดชมเมืองพาโนราม่าจังหวัด Saga และตำนานเจ้าหญิงซะโยะ
    Posted in: ทั่วไป

    จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นได้ไกลถึงปราสาทคะระทสึ เรียกว่า คะงะมิยะมะ หรือ คะงะมิย่าม่า ตั้งอยู่ในเมืองคะระทสึ จังหวัดซะงะ เป็นจุดชมวิวแบบพาโนราม่ามองเห็นเกาะทะคะยะมะ ปราสาทคะระทสึ และทิวสนนิจิโนะมัตทสึ นอกจากนี้ยังได้รับการพูดถึงกันว่าสามารถมองเห็นองค์ประกอบของเมืองคะระทสึเป็นรูปนกกระเรียนได้ชัดที่สุด จากสถานี Niji no Matsubara เดินทางโดนรถยนต์จะช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าการเดินที่ต้องใช้เวลา (ถึงที่จอดรถด้านบน) ราวๆ 30นาที จากที่จอดรถเดินทางขึ้นไปจุดชมวิวมีทางสองแบบให้เลือก คือเลือกเดินสบายๆหรือขึ้นเนินเล็กน้อยเพื่อออกกำลังกาย เมื่อขึ้นมาถึงด้านบนแล้วเราจะพบกับป้ายที่เขียนชื่อสถานที่ไว้พร้อมกับบอกว่าเป็นมรดกสมบัติของชาติญี่ปุ่น ถ้ามาช่วงเดือนมิถุนายน หรือหน้าฝนก็จะได้เจอกับดอกอะจิไซ (ไฮเดรนเยีย) บานสะพรั่ง ถ้าเดือนพฤษภาคมจะเป็นดอกทสึ-ทสึ-จิ สีชมพูเต็มระหว่างทาง ไม่ไกลจากป้ายบอกชื่อสถานที่เราจะได้พบกับรุปปั้นของเจ้าหญิงซะโย ตามเรื่องเล่าของคนที่นี่ว่า “เจ้าหญิงซะโยะ ไม่อยากให้แฟนหนุ่มที่เป็นทหารออกเดินทางด้วยเรือจากนางไป เพราะไม่รู้เมื่อไหร่จะได้กลับมาพบกันอีก หลังจากส่งแฟนหนุ่มแล้ว นางจึงร่ำไห้อยู่ ณ ที่นี้เจ็ดวันเจ็ดคืนจนกลายเป็นหินนั่นเอง ว่ากันว่าน้ำตาของเจ้าหญิงซะโยะก็กลายเป็นแอ่งน้ำบนเขาแห่งนี้ด้วย” จุดชมวิวที่นี่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านมากนักเงียบและสงบ ไม่เสียค่าบริการสำหรับการขึ้นมาชมวิวแห่งนี้ ในวันอากาศดีเราจะมองเห็นแบบนี้ รูปภาพจาก Wikipedia  ข้างบนนี้เพิ่งทำสะพานและจุดที่ชมวิวเสร็จไม่นาน สามารถเดินขึ้นไปชมวิวชั้นบนได้อีกด้วย มีบริการห้องน้ำ ร้านขายของที่ระลึกและศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวบริเวณที่จอดรถ ข้อมูลการท่องเที่ยวเมืองคะระทสึ Karatsu : http://www.karatsu-kankou.jp/english_kanko.html

  • 10399991_692895594098965_736795978362315719_n
    บรรยากาศเทศกาล Tanabata ณ Hiratsuka (2014)
    Posted in: ท่องเที่ยว

    งาน Tanabata ที่ Hiratsuka เมือง Kanagawa เรียกได้ว่า ยิ่งใหญ่ที่สุดในเขตคันโตเลย ทีม @japaijapan ได้เอาภาพบรรยากาศภายในงานมาฝากกัน งาน Tanabata ก็จะมีร้านรวงต่างๆมาเปิดมากมาย เรียกได้ว่าเดินกินเดินชอปปิ้งกันอิ่มหนำเลยทีเดียวล่ะ มีหญิงสาวชายหนุ่ม รวมไปถึงเด็กๆ แต่งชุดยุคาตะน่ารักมากมาย เทศกาลทะนะบะตะ (Tanabata: 七夕) มีต้นกำเนิดมาจากเทศกาล Qixi ในประเทศจีน ซึ่งจะมีการเฉลิมฉลองกันในตอนกลางคืน เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการได้พบกันเพียงปีละครั้งของ”เจ้าหญิงโอะริ” และ “ฮิโคะโบะชิ” จากนิยายปรัมปรา ทางช้างเผือกซึ่งเปรียบเสมือนแม่น้ำอันประกอบไปด้วยหมู่ดาวมากมายที่พาดผ่านแผ่นฟ้า ได้ขวางกั้นความรักของทั้งสองเอาไว้ โอกาสที่ทั้งสองจะได้รับอนุญาตให้ได้เจอกันมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น ซี่งจะตรงกับวันที่7ของเดือน7ตามปฎิทินจันทรคติ…รักข้ามขอบฟ้านั่นเอง โดยรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยจ้า  เทศกาลทะนะบะตะ (Tanabata: 七夕) รูปเพิ่มเติม  Hiratsuka Tanabata ปี 2012 รูปเพิ่มเติม  Hiratsuka Tanabata ปี 2014 

  • P1020721
    ครั้งหนึ่งในชีวิต…ต้องไปพิชิต “ฟูจิยามะ” [Part 3 : ศึกษาเส้นทางสู่ยอดฟูจิซัง]
    Posted in: ทั่วไป

    การจะไปให้ถึงยอดฟูจิยามะนั้นจะต้องผ่าน10สถานี โดนสถานีแรกจะอยู่ที่ตีนเขา สถานีที่10ก็คือยอดเขา…จุดหมายปลายทางของพวกเรา ถนนสำหรับรถยนต์จะนำเราไปได้ไกลที่สุดถึงสถานีที่5 ซึ่งก็คือครึ่งทางพอดี มีสถานีที่5อยู่ทั้งสิ้น 4 แห่งซึ่งประจำอยู่แต่ละด้านของฟูจิยามะ รายละเอียดของสถานีที่5ทั้งสี่แห่งมีดังต่อไปนี้   (1) สถานี”Fujinomiya” ตั้งอยู่ในเมืองShizuoka อยู่ที่ความสูงห่างจากระดับน้ำทะเล 2,400 เมตร นั่นหมายความว่าจากสถานีนี้ เราจะสามารถไปยอดฟูจิซังได้เร็วที่สุด ขาขึ้น นักท่องเที่ยวจะใช้เวลาไปถึงยอดโดยเฉลี่ย 4-7ชั่วโมง ส่วนขาลงก็จะเร็วหน่อย ใช้้เวลาเพียง 2-4 ชั่วโมง เราสามารถเดินทางไปถึงสถานีนี้ได้โดยง่ายด้วย ชินคันเซน โทไคโด (Tokaido Shikansen) (2) สถานี”Kawaguchiko” ตั้งอยู่ในเมืองYamanashi อยู่ห่างจากระดับน้ำทะเล 2,300 เมตร เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุด เนื่องจากเดินทางมาถึงได้สะดวกจากใจกลางกรุงโตเกียวและจากทะเลสาปทั้งห้ารอบฟูจิซัง ที่สำคัญ…พระอาทิตย์ขึ้นจะสามารถเห็นได้ชัดที่ยอดเขาหากเราเริ่มต้นจากที่นี่ ขาขึ้น นักท่องเที่ยวจะใช้เวลาไปถึงยอดโดยเฉลี่ย 5-7ชั่วโมง ส่วนขาลงมาถึงสถานีที่5ใช้้เวลา3-5 ชั่วโมง (3) สถานี”Subashiri” ตั้งอยู่ในเมืองShizuoka อยู่ที่ความสูงห่างจากระดับน้ำทะเล 2,000 เมตร การปีนด้วยเส้นทางนี้จะไปบรรจบกับเส้นทางYoshida(ในข้อที่4)ประมาณสถานีที่8 ขาขึ้น นักท่องเที่ยวจะใช้เวลาไปถึงยอดโดยเฉลี่ย 5-8ชั่วโมง ส่วนขาลงมาถึงสถานีที่5ใช้้เวลา3-5 ชั่วโมง […]

  • Fuji-san
    ครั้งหนึ่งในชีวิต…ต้องไปพิชิต “ฟูจิยามะ” [Part 2: การเตรียมตัวและหัวใจ เหนื่อยเพียงใดก็จะฝ่าฟันไปให้ได้]
    Posted in: ทั่วไป

    ตอนที่1 ได้โหมโรงถึงการไปปีนภูเขาไฟฟูจิกันไปแล้ว…เป็นยังไงบ้างครับ? ชักอยากไปปีนบ้างแล้วล่ะสิ แต่เดี๋ยวก่อน…แม้กำลังทรัพย์พร้อม…ใจพร้อม…แต่ถ้าร่างกายไม่พร้อมเนี่ย…เป็นไปไม่ได้เลยครับที่ภารกิจอันท้าทายนี้จะสำเร็จลุล่วงไปได้ ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงการเตรียมร่างกาย จิตใจ ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการปีนภูเขาไฟฟูจิกันครับ   (1)ร่างกาย ถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดเหนือกว่าปัจจัยอื่นใด วิธีที่จะเตรียมพร้อมร่างกายให้สามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆเพื่อขึ้นไปถึงยอดเขาจากนั้นก็กลับลงมาสู่ตีนเขาได้อย่างปลอดภัยนั้นมีอยู่เพียง”วิธีเดียวเท่านั้น”ครับ…นั่นก็คือการ”ออกกำลังกาย” 1.1) เริ่มต้นง่ายๆกับกิจวัตรในชีวิตประจำวัน ใครที่รักความสะดวกสบาย ต้องใช้บันไดเลื่อน ต้องขึ้นลิฟท์ แม้แต่ลงมาเพียงชั้นเดียว…ก็ยังลงลิฟท์… หากคิดจะปีนฟูจิล่ะก็…ลองเปลี่ยนตัวเองนะครับ – ใช้การเดินขึ้น-ลงด้วยบันไดแทนที่จะใช้บันไดเลื่อนหรือลิฟท์ – ใช้จักรยาน/การเดินไปยังที่หมายแทนที่จะโดยสารรถประจำทาง/แท็กซี่ – ให้เวลาสำหรับการวิ่ง(30-45นาที)/ปั่นจักรยาน(45-60นาที) อย่างน้อย3วัน/สัปดาห์เพื่อเสริมกล้ามเนื้อขา&ความอึด 1.2) ออพชั่นเสริม…เข้ายิม เสริมกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง การปีนภูเขาไฟฟูจิ จำเป็นต้องมีกล้ามเนื้อท้องและขาที่แข็งแรงในระดับสามารถทนทานต่อความเมื่อยล้าได้ ท่าที่จะแนะนำต่อไปนี้จะช่วงเสริมกล้ามเนื้อต่างๆที่จำเป็นได้   ท่าออกกำลังกายสำหรับเสริมสร้างกล้ามเนื้อขา – Leg Curl – Leg Extension – Full and Half-Squat – Lunge ท่าออกกำลังกายสำหรับเสริมสร้างกล้ามเนื้อท้อง – Sit-Up – Hanging Leg Raise ไม่ใช้น้ำหนักเยอะ/น้อยจนเกินไป ใช้น้ำหนักที่สามารถยกได้ต่อเนื่อง1นาที แล้วพัก30วินาที […]

  • P1020894
    ครั้งหนึ่งในชีวิต…ต้องไปพิชิต “ฟูจิยามะ” [Part 1: Overture]
    Posted in: ทั่วไป

    สิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณได้เดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วมีหลายอย่าง… ได้ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆตั้งแต่เหนือสุด (ฮอกไกโด)จนถึงใต้สุด(โอกินาว่า) ได้ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับแสนอร่อย อาทิ ซูชิ ซาชิมิ ข้าวหน้าปลาไหล ฯลฯ ตลอดจนขนมหวานรสเลิศหลากชนิด ได้ลงแช่“อองเซ็น” ได้มีคู่ควงเป็นชาวญี่ปุ่น ได้มาเรียนและศึกษาต่อที่นี่ ได้… … … … … Etc. แต่กิจกรรมหนึ่งที่นอกเหนือจากเป็นการพิสูจน์ว่าคุณได้มาถึงประเทศญี่ปุ่น“จริงๆ”แล้ว ยังเป็นการพิสูจน์ความทรหดอดทนตามสไตล์คนญี่ปุ่น นั่นก็คือ“การปีนขึ้นไปให้ถึงยอดของภูเขาไฟฟูจิ” ภูเขาไฟฟูจิ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,776 เมตร!!! ยามที่ท้องฟ้าสดใส ภูเขาไฟฟูจิจะดูสวยงามเมื่อมองจากระยะไกล แต่การได้ปีนขึ้นไปถึงยอดเขา…ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าพร้อมๆกับผู้ร่วมปีนเขาหลายพันชีวิตนั้น เป็นอะไรที่สุดยอดมากเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ฤดูกาลปีนภูเขาไฟฟูจิมีเมื่อไหร่? เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ถือเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นฤดูกาลปีนเขาอย่างเป็นทางการ ช่วงที่ภูเขาไฟฟูจิไม่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ อากาศกำลังดี บริษัทที่ให้บริการขนส่งมวลชนต่างก็พร้อมใจกันอำนวยความสะดวกพาเราเดินทางมาถึงบริเวณตีนเขาได้โดยง่าย ความนิยมล่ะ? การปีนภูเขาไฟฟูจิเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงมาก ไม่เพียงแต่คนญี่ปุ่นเองแต่รวมไปถึงคนต่างชาติทั้งที่อาศัยอยู่ใน/นอกญี่ปุ่นอีกด้วย ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน(ประมาณตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคมจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม)จะเป็นช่วงที่ผู้คนเยอะมาก และเป็นที่นิยมถึงขีดสุดในช่วงเทศกาล”โอะบ้ง” (ประมาณกลางเดือนสิงหาคม) หากเป็นไปได้ ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการไปในช่วงเทศกาลโอะบ้งเพราะว่าคนจะเยอะมากๆจนอาจทำให้อารมณ์เสียและขาดอรรถรสในการปีนเขาไป และให้ไปในช่วงวันธรรมดาตั้งแต่1-15กรกฎาคม เพราะว่าคนจะน้อย แต่ข้อเสียของการไปปีนเขาในช่วงนี้คือสภาพอากาศที่คาดเดาลำบาก (เดี๋ยวฝนตกหนัก เดี๋ยวแดดแรงจัด) ช่วงไหนล่ะที่ไม่ควร/ไม่สามารถไปปีนเขาได้? ประมาณกลางเดือนกันยายน บริษัทขนส่งมวลชนจะเริ่มลดเที่ยวรถลงเนื่องด้วยจำนวนผู้ใช้บริการที่น้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงHigh […]

  • S__10625064
    ฟิกเกอร์ของเล่นใหม่ 「Stand by me โดราเอมอนแบบ 3D CG 」
    Posted in: ทั่วไป

    ของเล่นออกใหม่เตรียมตัวสำหรับหน้าร้อนนี้กับโดราเอมอน 3D CG ที่กำลังจะเข้าฉาย สินค้าหลายอย่างในญี่ปุ่นเริ่มทำออกมาให้สะสมและขนมจาก glico ก็เช่นกัน แค่หน้าตาของแพคเกจก็น่าเสียเงินซะแล้ว กล่องละ 200เยน มีแถมฟิกเกอร์หนึ่งตัว และมีทั้งหมด 5แบบ มาลองดูกันว่ามีอะไรบ้างในกล่อง ลูกอม 4เม็ดกับฟิกเกอร์หนึ่งตัว *ลูกอมเป็นของแถมสินะ ไม่ค่อยต่างจาก gachapon หยอดไข่เสี่ยงดวงเอาว่าจะได้ตัวไหนในกล่อง มีห้าตัวก็ลุ้นกันไป แต่มันต้องทำอะไรได้มากกว่าเอามาตั้งวางเฉยๆแน่ๆ อ่านดูจากข้างกล่องแล้วไปโหลด app ส่อง AR แล้วเล่นกันเลย เอาฟิกเกอร์วางบนกล่องแล้วเปิด app ที่โหลดมาก็จะได้แบบนี้ ลอยออกมาเกือบทะลุจอเลย ครบห้าตัวก็เอามาวางเรียงกัน ก็จะนั่งกันพร้อมหน้าพร้อมตาเลย เลือกเวลาเข้า-กลางวัน-เย็นได้ แสงและเสียงก็จะต่างกันไป ดูจากคลิปนี้ได้เลย

  • DSC_7013
    ประตูวิเศษของโดราเอมอนเปิดไปเจอขนมมันจู ยังไงกันนะ [ของฝากน่าสนใจจากฮิโรชิม่า]
    Posted in: ทั่วไป

    ขนมของฝากที่ทำแพคเกจออกมาได้เตะตาน่ารักถูกใจกันเกือบทุกวัยของฮิโรชิม่า ซึ่งทำออกมจำหน่ายเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี่เอง ได้รับความนิยมจนต้องโทรสั่งจองกันล่วงหน้า   ด้วยรูปลักษณ์ของกล่องสีชมพู ทำออกมาเป็นประตูวิเศษหรือ dokedemo door ในภาษาญี่ปุ่น เปิดออกมาด้านในมีขนมและลายโดราเอมอน โนบิตะและหลายๆคน กับภาพของโมมิจิ (ใบไม้แดง) ขนมกล่องนี้ทำจากวัตถุดิบอย่างหนึ่งที่มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นคือ เลมอน (Lemon) ที่ฮิโรชิม่าเป็นแหล่งผลิตเลมอนที่อร่อยที่สุดในประเทศญี่ปุ่นก็ว่าได้ ทำให้เลมอนของที่นี่ขึ้นชื่อ ขนมกล่องนี้ใช้เลมอนชื่อดังชนิดนี้มาทำขนม ทำให้รสชาติของขนมนั้นมีความหอมที่ต่างไปจากขนมมันจูร้านอื่นๆ ราคาขนม 8ชิ้น/กล่อง 1,200เยน (ไม่รวมภาษี) มีโดราเอมอน 3แบบ โดเรมี 1 แบบใน 8ชิ้น ของฝากที่น่ารักน่าเลือกซื้ออีกอย่างหนึ่งของฮิโรชิม่าค่ะ  

  • P1030919
    ตำนานแห่งรถไฟญี่ปุ่นที่ Saitama Railway Museum
    Posted in: ประวัติศาสตร์

    ช่วงเวลาฟ้าฝนไม่เป็นใจ สถานที่ที่น่าจะเป็นจุดสนใจของญี่ปุ่นที่อยากจะแนะนำก็คือ พิพิธภัณฑ์ต่างๆ เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการรวบรวมข้อมูล ประวัติศาสตร์ องค์ความรู้ต่างๆเข้าไว้ในพิพิธภัณฑ์เป็นอย่างมาก ตามเมืองใหญ่ๆ จะเห็นมีพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่หลายแห่งเลยทีเดียว และคราวนี้ ก็จะมาแนะนำพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเรื่องราวที่ผมชอบมากที่สุดในญี่ปุ่น นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับรถไฟ หรือ Railway Museum ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดไซตามะ ไม่ไกลจากโตเกียวเลย การเดินทาง เพียงแค่นั่งรถไฟ JR จากโตเกียว มาลงที่สถานี Omiya ในจังหวัดไซตามะ แล้วต่อด้วยรถไฟ Shuttle ที่สถานีเดียวกันนี้ไปอีกหนึ่งป้ายสถานีที่ชื่อว่า Tetsudohakubutsukan รวมเวลาเดินทางเกือบๆหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น ก็จะมาถึงหน้า Railway Museum ที่ยิ่งใหญ่อลังการแห่งนี้แล้วล่ะ (สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงผ่านทางเวบไซต์ของพิพิธภัณฑ์ : http://www.railway-museum.jp/en) หลังจากจ่ายเงินค่าเข้า ราคา 1000 เยนสำหรับผู้ใหญ่เป็นที่เรียบร้อย เริ่มจากโถงใหญ่ทางด้านขวาก่อนเลย ที่เรียกว่า History Zone ก็จะพบกับรถไฟรุ่นเก่าๆปลดระวาง ที่มีประวัติศาสตร์เฉพาะตัว ตั้งเรียงรายกันอยู่หลายขบวนในห้องนี้ เรียกว่าห้องเดียว ก็กินเวลาไปพอสมควรสำหรับคนชอบรถไฟอย่างผมแล้วล่ะ ขึ้นบันไดเลื่อนไปบนชั้นสองที่ห้องเดียวกันนี้ ก็จะพบกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของรถไฟญี่ปุ่น แปะอยู่ที่ข้างฝาให้เดินไล่อ่านไล่ชมกันตั้งแต่ยุค 1860 นู่น มาจนปัจจุบัน […]

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Thailand License.