8 สิ่งน่าสนใจบนถนนเกียวโต: ถังน้ำแดง แท็กซี่โคลเวอร์ และความลับที่ซ่อนอยู่ในเมืองเก่า

การท่องเที่ยวเกียวโตไม่ได้มีแค่การไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวคลาสสิก อย่าง วัดคิโยมิสึและ วัดคินคาคุจิเท่านั้น การเดินเล่นไปตามถนนและตรอกซอกซอย ก็ทำให้คุณได้ค้นพบเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเกียวโตไม่แพ้กัน! ไม่ว่าจะเป็น "แท็กซี่ใบโคลเวอร์" ที่หาชมได้ยาก หรือรูปปั้นโชกิบนหลังคา เมืองโบราณพันปีแห่งนี้ซ่อนเรื่องราวน่าสนใจอะไรไว้บ้าง? มาดู 8 ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต แล้วไปสำรวจเจาะลึกวัฒนธรรมที่น่าสนใจของเกียวโตด้วยกันเถอะ!

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

ที่มาของภาพ: Unsplash

เกียวโตเป็นเมืองแบบไหน? มาทำความรู้จักเกียวโตใน 1 นาทีกัน!

เกียวโตเป็นเมืองที่หลายคนมองว่าเป็น "เมืองที่มีเสน่ห์แบบญี่ปุ่นมากที่สุด" และเป็นจุดหมายแรกๆ ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศญี่ปุ่น เหตุผลที่เกียวโตได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงเก่าพันปี เพราะในศตวรรษที่ 8 ได้มีการสร้าง "เฮอันเคียว" และได้กลายเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในปี 794 หลังจากนั้น เกียวโตได้พัฒนาเป็นศูนย์กลางการเมืองและวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่น จนกระทั่งการย้ายเมืองหลวงไปโตเกียวในปี 1869 ผ่านการพัฒนามาพันปี เกียวโตจึงกลายเป็นหนึ่งในเมืองที่เป็นตัวแทนของญี่ปุ่นคู่กับโตเกียว และเป็นสัญลักษณ์แห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

ที่มาของภาพ: Unsplash

เกียวโตมีสถานที่สำคัญอันเป็นมรดกโลกมากมาย เช่น วัดคิโยมิสึ, วัดคินคาคุจิ, ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ เป็นต้น นอกจากนี้ เกียวโตยังมีสี่ฤดูที่ชัดเจน ดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้สีแดงในฤดูใบไม้ร่วง และหิมะในฤดูหนาว ล้วนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย เกียวโตยังขึ้นชื่อด้านอาหาร อาหารไคเซกิ และชาเขียวมัทฉะต่างเป็นที่รู้จักทั่วญี่ปุ่น แม้เกียวโตจะรักษาความเป็นดั้งเดิมไว้มากมาย แต่ก็มีความทันสมัยด้วยเช่นกัน โดยสามารถมองเห็นงานฝีมือที่ผสมผสานระหว่างทักษะของช่างฝีมือกับเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงสถาปัตยกรรมจากหลากหลายยุคสมัย นับเป็นเมืองที่สมบูรณ์แบบระหว่างทั้งความคลาสสิกและความทันสมัย

8 ข้อสังเกตบนถนนในเกียวโต

① รั้วกันสุนัข: รั้วที่ปกป้องหน้าบ้าน ป้องกันสุนัขปัสสาวะ?

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

ภาพถ่ายโดย: Annie

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

ภาพถ่ายโดย: Annie

เมื่อเดินไปตามย่านบ้านเมืองแบบดั้งเดิมในเกียวโต คุณเคยสังเกตเห็นรั้วโค้งทรงครึ่งวงกลมหน้าบ้านหรือไม่? รั้วนี้เรียกว่า "อินุยาไร" ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า "ป้องกันสุนัขปัสสาวะ"! แต่นอกจากการป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงปัสสาวะแล้ว หน้าที่หลักที่แท้จริง คือ การป้องกันไม่ให้น้ำและโคลนจากม้าหรือเกวียนวัวกระเด็นมาเปื้อนผนังบ้าน! ตามประเพณีแล้ว อินุยาไรทำจากไม้ไผ่ผ่าซีก แต่ปัจจุบันก็มีแบบที่ทำจากโลหะด้วย แม้ว่าปัจจุบันอินุยาไรอาจจะเป็นแค่สิ่งตกแต่ง และกลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบการออกแบบสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่น แต่ก็ได้กลายเป็นทัศนียภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของเกียวโตไปแล้ว!

② เต่าที่แปลงร่างเป็นไมโกะ! อย่าลืมสังเกตป้ายที่จอดรถที่ถนนฮานามิโคจิ

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

เต่าแบบดั้งเดิม
ภาพถ่ายโดย: Annie

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

เต่าไมโกะ
ที่มาของภาพ: Google Map


หากใครได้มาเดินเล่นแถวถนนฮานามิโคจิในย่านกิออน อย่าลืมสังเกตที่จอดรถ "เคียวเทคุ"! ป้ายที่จอดรถที่นี่ไม่ใช่รูปเต่าธรรมดา แต่เป็นเต่าไมโกะที่แต่งหน้าและสวมเครื่องประดับผม บางทีอาจจะเจอเต่าเกอิโกะด้วย! ความน่ารักของพวกมันทำให้อดยิ้มไม่ได้!

③ ทำไมทุกบ้านต้องมีถังน้ำสีแดงวางไว้?

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

ภาพถ่ายโดย: Annie


คุณสังเกตเห็นหรือไม่ว่าบ้านทุกหลังในเกียวโตจะมีถังน้ำสีแดงวางอยู่หน้าบ้าน? เนื่องจากเกียวโตมีบ้านที่สร้างจากไม้แบบดั้งเดิมอยู่มาก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้สูง ดังนั้นทุกบ้านจึงเตรียมถังน้ำสีแดงสำหรับดับเพลิงไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถใช้น้ำดับไฟได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ ถังน้ำเหล่านี้จะมีน้ำบรรจุอยู่ตลอดเวลา และด้วยเหตุนี้ หากบ้านไหนไม่เปลี่ยนน้ำในถังเป็นเวลาหลายวัน เพื่อนบ้านก็มักจะคอยสอดส่องดูแลว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นหรือไม่!

④ รูปปั้นโชกิบนหลังคา: เทพผู้พิทักษ์บ้านเรือน

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

ภาพถ่ายโดย: Annie

ชายคาของอาคารหลายแห่งในเกียวโตจะมีรูปปั้นเทพเจ้าขนาดเล็กสูงประมาณ 20 เซนติเมตรตั้งอยู่ หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าท่านถือดาบและมีสีหน้าน่าเกรงขาม ซึ่งก็คือ "โชกิ" ที่มาจากประเทศจีน! ตามตำนานเล่าว่า ในอดีตมีบ้านหลังหนึ่งในเกียวโตติดตั้งกระเบื้องปีศาจบนหลังคาใหม่ ส่งผลให้ภรรยาของบ้านฝั่งตรงข้ามล้มป่วยกะทันหัน สุดท้ายจึงได้สร้างรูปปั้นโชกิวางไว้บนหลังคา เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย หลังจากนั้นอาการป่วยของภรรยาก็หายเป็นปกติ เรื่องราวนี้แพร่กระจายไป ทำให้หลายครอบครัวในเกียวโตพากันติดตั้งรูปปั้นโชกิบนหลังคา หวังให้ปกป้องบ้านเรือนให้สงบสุข แม้แต่ร้านค้าก็เริ่มบูชา เพื่อหวังให้การค้าเจริญรุ่งเรือง

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

ภาพถ่ายโดย: Annie

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

ภาพถ่ายโดย: Annie

นอกจากนี้ ยังมีความเชื่ออีกอย่างว่า เนื่องจากเกียวโตมีวัดมากมาย เมื่อวัดใช้พลังและคาถาขับไล่สิ่งชั่วร้าย ปีศาจและวิญญาณร้ายที่ถูกขับไล่อาจกระจายไปยังบ้านเรือนประชาชน ดังนั้นเพื่อป้องกันพลังชั่วร้าย ชาวเกียวโตจึงวางรูปปั้นโชกิที่ดูดุดันและน่าเกรงขามไว้บนหลังคา เพื่อข่มขวัญปีศาจร้ายและปกป้องบ้านเรือน อีกทั้งเจ้าของบ้านบางรายยังจงใจหันรูปปั้นโชกิให้เบี่ยงเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สบตากับรูปปั้นโชกิของบ้านฝั่งตรงข้าม เมื่อมาท่องเที่ยวเกียวโต ลองเงยหน้ามองดู บางทีคุณอาจได้พบกับเทพเจ้าองค์นี้ที่คอยปกป้องเมืองโบราณแห่งนี้อย่างลับๆ!

⑤ "จิมากิ" ที่แขวนอยู่หน้าประตู: เครื่องรางยอดนิยมจากเทศกาลกิออน

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

ภาพถ่ายโดย: Annie


ตามบ้านเรือนและร้านค้าในเกียวโตมักจะแขวน "จิมากิ" ที่ซื้อจากขบวนรถแห่ยามาโบโกะของเทศกาลกิออน ตามความเชื่อ การแขวนเครื่องรางที่ทำจากใบไผ่นี้จะได้รับการคุ้มครองจากเทพซุซาโนะโอะ เทพเจ้าองค์สำคัญของศาลเจ้ายาซากะ โดยช่วยขจัดสิ่งชั่วร้ายและภัยพิบัติ ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในที่มาของเทศกาลกิออนในฐานะพิธีกรรมขับไล่โรคระบาด

จิมากิของแต่ละขบวนมีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ บางอันห่อด้วยกระดาษโนชิ บางอันมาพร้อมกับ "โกเฮ" สัญลักษณ์แห่งพรจากศาลเจ้า บางอันประดับด้วยดอกบ๊วยหรือดอกซากุระ นอกจากการขจัดสิ่งชั่วร้ายและภัยพิบัติแล้ว จิมากิแต่ละอันยังมีความหมายในการอธิษฐานที่แตกต่างกัน เช่น ขอพรด้านความรัก โชคลาภ หรือความสำเร็จในหน้าที่การงาน หากมีโอกาสมาเยือนในช่วงเทศกาลกิออน ลองทำเหมือนชาวเกียวโตด้วยการเลือกขบวนที่ตรงกับความต้องการ จากนั้นเลือกจิมากิที่เหมาะกับตัวเอง แล้วนำไปแขวนไว้หน้าบ้านดูสิ

⑥ ความเชื่อที่พบได้ทุกมุมถนน: ศาลเจ้าพระโพธิสัตว์จิโซ

ตามท้องถนนในเกียวโตมีศาลเจ้าเล็กๆ ของพระโพธิสัตว์จิโซอยู่มากมาย โดยว่ากันว่ามีมากกว่าหมื่นองค์ มากกว่าร้านสะดวกซื้อและตู้ไปรษณีย์เสียอีก! ชาวบ้านในละแวกนั้นสักการะพระจิโซองค์เล็กเหล่านี้ เพื่อขอพรให้ผู้คนที่สัญจรไปมาปลอดภัย และให้เด็กๆ เติบโตอย่างแข็งแรง หน้าศาลเจ้าแต่ละแห่งมีวิธีการสักการะที่แตกต่างกัน บางแห่งมีผ้าพันคอสีแดง บางแห่งวางก้อนหินเล็กๆ เต็มไปหมด นอกจากนี้ เนื่องจากมีความต้องการดอกไม้สำหรับบูชาพระอยู่เสมอ ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตในเกียวโตจึงมักจะมีดอกไม้สำหรับบูชาขายด้วย!

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

ภาพถ่ายโดย: Annie

สาเหตุที่มีรูปปั้นพระโพธิสัตว์จิโซอยู่ทั่วไปตามซอกซอยในเกียวโต มีที่มาย้อนไปถึงสมัยเมจิ ในตอนนั้นญี่ปุ่นต้องการเป็นประเทศที่ทันสมัยเทียบเท่าชาติตะวันตก จึงเห็นว่าต้องเปลี่ยนแปลงประเพณีเก่าแก่ที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัย จึงออกกฎหมายให้ย้ายพระจิโซทั้งหมดที่อยู่ตามถนนใหญ่ไปไว้ในวัด แต่ชาวบ้านที่มีความศรัทธาอย่างแน่วแน่ได้โกหกว่าย้ายออกไปหมดแล้ว แต่ความจริง คือ แอบนำพระจิโซไปซ่อนไว้ตามบ้านเรือนและตรอกซอกซอย จนถึงปัจจุบัน ศาลเจ้าเล็กๆ เหล่านี้ยังคงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น และกลายเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเกียวโต

⑦ แท็กซี่รูปใบโคลเวอร์สี่แฉก: สัญลักษณ์แห่งโชคลาภที่พบได้เพียง 0.3% เท่านั้น!

บริษัทแท็กซี่เก่าแก่ของเกียวโต "YASAKA TAXI" โดดเด่นด้วยตัวรถสีขาวและแดงเข้ม พร้อมโลโก้รูปใบโคลเวอร์สามแฉกสีเขียวบนหลังคาและตัวรถ ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในเมืองเกียวโต จากจำนวนรถแท็กซี่ทั้งหมด 1,400 คัน มีเพียง 4 คันเท่านั้นที่ติดโลโก้ "ใบโคลเวอร์สี่แฉก" แทนที่จะเป็นใบโคลเวอร์สามแฉก โอกาสพบเจอมีเพียง 0.3% เท่านั้น เชื่อกันว่าผู้โดยสารที่ได้นั่งแท็กซี่คันนี้จะโชคดี และคนขับจะมอบการ์ดและสติกเกอร์รูปใบโคลเวอร์สี่แฉกเป็นที่ระลึก ทำให้การตามหา "แท็กซี่แห่งโชค" กลายเป็นเกมสนุกสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกียวโต!

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

ภาพถ่ายโดย: Annie

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

ที่มาของภาพ: YASAKA TAXI

นอกจากใบโคลเวอร์สี่แฉกแล้ว ยังมี "แท็กซี่ลายใบไม้คู่" ที่หายากยิ่งกว่า! จากรถทั้งหมด 1,400 คัน มีเพียง 2 คันเท่านั้นที่มีลาย "ใบไม้คู่" โดยออกแบบเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสพิธีย้ายศาลเจ้าคามิกาโมะ การเลือกใช้สัญลักษณ์ "ใบไม้คู่" ซึ่งเป็นตราประจำศาลเจ้า นอกจากนี้ ยังมีแท็กซี่ "ใบโคลเวอร์สามแฉกสีชมพู" อีกประมาณ 25 คัน ซึ่งขับโดยคนขับผู้หญิง ถือว่าโชคดีมากเช่นกัน!

⑧ การนั่งเว้นระยะห่างเท่ากันที่แม่น้ำคาโมะ: ความเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดของชาวเกียวโต

ข้อสังเกตบนท้องถนนเกียวโต

ที่มาของภาพ: Photo AC


ริมแม่น้ำคาโมะถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ชาวเกียวโตชื่นชอบมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก เพื่อนฝูง หรือผู้ที่มานั่งชมวิวแม่น้ำ ทุกคนสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันผ่อนคลายที่มีเฉพาะในเกียวโต น่าสนใจตรงที่ไม่ว่าจะมีผู้คนมากเพียงใด คู่รักหรือกลุ่มคนจะรักษาระยะห่างระหว่างกันประมาณ 3 เมตร เมื่อมองจากระยะไกล จะเห็นการจัดวางที่นั่งเป็นระเบียบราวกับมีการนัดหมายกันไว้ล่วงหน้า พฤติกรรมนี้เรียกว่า "กฎการเว้นระยะห่างเท่ากันที่แม่น้ำคาโมะ" และมักถูกเรียกว่าเป็น "ระยะห่างทางสังคมของชาวเกียวโต" สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกที่สงบเสงี่ยมของชาวเกียวโต

การค้นพบอีกมุมมองของเกียวโต! 8 รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าวัดคินคาคุจิหรือวัดคิโยมิสึ แต่สิ่งเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวันเหล่านี้ คือ สิ่งที่สร้างเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเกียวโต ในการเดินเที่ยวเกียวโตครั้งต่อไป ลองผ่อนคลายและสังเกตรายละเอียดน่าสนใจเหล่านี้ดู เพื่อเพิ่มความสนุกให้กับการเดินทางของคุณ!

☞ อ่านเพิ่มเติม
ครบทุกซอกทุกมุมแห่งคันไซ 2024: คู่มือเที่ยวแบบจัดเต็ม ทั้งเกียวโต โอซาก้า นารา และโกเบ!
แผนเที่ยวเกียวโต 28 วัน ฉบับสมบูรณ์ 2025 - ออนเซ็น ปิกนิก แม่น้ำคาโมะ และสถานที่ห้ามพลาด!