"สาย JR Chuo" ในโตเกียวเป็นเส้นทางสำคัญอันขึ้นชื่อ โดยวิ่งจากโตเกียวผ่านสถานีชินจูกุ นากาโนะ โคเอนจิ คิชิโจจิ และมิตากะ ซึ่งล้วนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง แต่ย่าน "อาซากายะ" ที่อยู่ระหว่างย่านโคเอนจิและโอกิคุโบะที่เป็นที่นิยมกลับถูกมองข้ามไป ทั้งที่ความจริงแล้ว ย่านนี้มีสถานที่ทรงพลังที่สุดในโตเกียว อย่าง ศาลเจ้าอาซากายะชินเมกู และสถานที่ถ่ายทำอนิเมะสตูดิโอจิบลิของมิยาซากิ ฮายาโอะ อีกทั้งเมื่อปี 2022 ยังเป็นปีครบรอบ 100 ปีของสถานีอาซากายะ มาทำความรู้จักย่านอาซากายะที่เต็มไปด้วยบรรยากาศศิลปะและวรรณกรรมกันเถอะ!

"อาซากายะ" ย่านที่เหล่านักเขียนและปัญญาชนชื่นชอบและร่วมตัว
"อาซากายะ (阿佐ヶ谷)" มีที่มาของชื่อเกี่ยวข้องกับลักษณะภูมิประเทศ เนื่องจากแม่น้ำโทโดโรกาวะไหลผ่านบริเวณนี้และสร้างหุบเขาตื้น จึงเรียกว่า "อาซากายะ" (あさがや) และต่อมาได้วิวัฒนาการมาเป็น "อาซากายะ" (阿佐ヶ谷) ที่มีการออกเสียงคล้ายกัน หลังจากเปิดสถานีอาซากายะในสมัยไทโชปี 1922 ก็มีผู้คนย้ายมาอาศัยที่นี่มากมาย และปีถัดมาได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในคันโต ทำให้ชาวโตเกียวจำนวนมากย้ายมาอาศัยตามแนวสาย Chuo ช่วงนั้นมีนักเขียนหลายคนอาศัยอยู่แถบโอกิคุโบและอาซากายะ รวมถึง อิบุเสะ มาซูจิ, โยซาโนะ อากิโกะ และดาไซ โอซามุ จนเกิดเป็นหมู่บ้านนักเขียนอาซากายะ ซึ่งทุกวันนี้อาซากายะยังคงเต็มไปด้วยบรรยากาศทางวรรณกรรมและศิลปะ เต็มไปด้วยร้านหนังสือเก่าแก่และร้านของโบราณ
#バラバラ大作戦『#阿佐ヶ谷ワイド!!』配信開始⚡️
— TELASA(テラサ) (@telasa_jp) June 3, 2022
阿佐ヶ谷の「健ちゃん会館」がどんなところなのかを解決したいわね‼️
以前のロケで前を通った「健ちゃん会館」とはどんな場所なのか⁉️
思わぬ発見と感動が✨https://t.co/Svy1JhhVsa
過去回も配信中⚡️@asagayawide@asagayanoane
แต่เมื่อพูดถึงคำว่า "อาซากายะ" ในญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นจะนึกถึงคู่ตลกหญิง "พี่น้องอาซากายะ" ทันที แต่ความจริงแล้วพวกเธอไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ แต่เป็นเพราะตอนที่พวกเธอวัยรุ่นได้ไปทานอุนางิ (ปลาไหล) ที่ร้านในอาซากายะด้วยกัน เจ้าของร้านเห็นว่าทั้งคู่หน้าตาคล้ายกันมาก จึงพูดว่า "หน้าตาเหมือนกันจัง คงเป็นพี่น้องกันสินะ!" แล้วเรียกพวกเธอว่า "พี่น้องอาซากายะ" พวกเธอจึงใช้ชื่อนี้เป็นชื่อในวงการบันเทิงมาจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันทั้งคู่ไม่เพียงแต่เป็นพรีเซนเตอร์การท่องเที่ยวของอาซากายะเท่านั้น แต่ยังมีรายการทีวีชื่อ "Asagaya Wide!!" ที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับร้านอาหารเลิศรส และสถานที่น่าเที่ยวในอาซากายะทุกสัปดาห์อีกด้วย
2 จุดพลังงานศักดิ์สิทธิ์แห่งอาซากายะ
ศาลเจ้าอาซากายะชินเมกู: เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ "คามิมุสุบิ" ที่เชื่อมต่อกับเทพเจ้าโดยตรง!


เมื่อก้าวเข้าสู่ "ศาลเจ้าอาซากายะชินเมกู" จะเห็นสัญลักษณ์ดอกเบญจมาศที่เป็นตัวแทนของราชวงศ์ ทำให้รู้ได้ทันทีว่าที่นี่แตกต่างจากศาลเจ้าทั่วไป เพราะที่นี่บูชา "อามาเทราสึ โอมิคามิ" เทพบรรพบุรุษของราชวงศ์ ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่มีตำแหน่งสูงสุดในประเทศญี่ปุ่น ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ ศาลเจ้านี้มีที่มาจากการที่ยามาโตะ ทาเครุ โนะ มิโคโตะ ได้แวะพักที่อาซากายะระหว่างการเดินทางกลับจากการรบทางตะวันออก และผู้คนที่เลื่อมใสต่อท่านได้สร้างศาลเจ้านี้ขึ้น เมื่อกว่าพันปีก่อน ซามูไรท้องถิ่นคนหนึ่งได้ไปเยือนศาลเจ้าอิเสะและได้รับคำสั่งจากเทพเจ้าให้นำหินศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำมิยะกาวะกลับมา หลังจากนั้นจึงได้นำมาประดิษฐานไว้ในศาลหลัก ศาลเจ้าแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ปัจจุบันเป็นศาลเจ้าที่อัญเชิญเทพเจ้าอิเสะที่ขนาดใหญ่ที่สุดในโตเกียว และเป็นหนึ่งในสถานที่พลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญที่สุด
นอกจากการสักการะบูชาแล้ว ที่นี่ยังนำเสนอเครื่องรางพิเศษที่ต้องซื้อเก็บสะสม อย่าง "คามิมุสุบิ" สร้อยข้อมือที่ออกแบบเฉพาะโดยศาลเจ้าอาซากายะชินเมกู เชื่อกันว่าเมื่อสวมใส่แล้วจะเชื่อมต่อกับเทพเจ้าโดยตรง นำมาซึ่งความโชคดีและการคุ้มครอง คามิมุสุบิมีหลากหลายสีและลวดลาย และในวันพิเศษต่างๆ ก็จะนำเสนอการออกแบบพิเศษ หลายคนเดินทางมาศาลเจ้าแห่งนี้ เพื่อขอพรและซื้อคามิมุสุบิโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ยังมีโกะชูอินปักลาย เอมะรูปพระจันทร์ และโอมิคุจิตามเดือนเกิดที่ได้รับความนิยมจากผู้ศรัทธาอีกด้วย
ศาลเจ้าอาซากายะชินเมกู
・ที่อยู่: 1-25-5 Asagaya-kita, Suginami-ku, Tokyo
・เวลาบริการ: 9:00-17:00
・เว็บไซต์ทางการ
ศาลเจ้ามาบาชิอินาริ: หนึ่งในสามศาลเจ้าในโตเกียวที่มีเสาโทริอิมังกรคู่
ศาลเจ้ามาบาชิอินาริตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยอย่างสงบ แต่เมื่อก้าวเข้าไปในบริเวณศาลเจ้าจะรู้สึกถึงพลังงานที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สิ่งแรกที่เห็น คือ "เสาโทริอิมังกรคู่" สูง 8 เมตรที่ดูยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งในโตเกียวมีเพียง 3 แห่งเท่านั้น (อีกสองแห่งอยู่ที่วัดชูคุโฮซัน โคเอนจิ และศาลเจ้าชินากาวะ) ถือว่าหาชมได้ยากมาก ด้านซ้ายเป็นมังกรที่กำลังบิน ด้านขวาเป็นมังกรที่กำลังลงจากเบื้องบน ตามตำนานเล่าว่า หากแตะที่เสาโทริอิแล้วอธิษฐาน คำอธิษฐานจะเป็นจริง แต่ห้ามโลภ อธิษฐานได้เพียงหนึ่งข้อเท่านั้น!

จุดพลังงานศักดิ์สิทธิ์อีกแห่ง คือ "ประตูซุยจินมง" ที่มีไว้เพื่อปกป้องศาลเจ้าจากพลังอันชั่วร้าย ระฆังเสริมดวงขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนประตู ได้ชื่อว่าขนาดใหญ่ที่สุดในโตเกียว! สามารถอธิษฐานและปรบมือใต้ระฆังนี้ หากได้ยินเสียงระฆัง แสดงว่าคำอธิษฐานได้ส่งถึงเทพเจ้าแล้ว
ศาลเจ้ามาบาชิอินาริ
・ที่อยู่: 2-4-4 Asagaya Minami, Suginami-ku, Tokyo
・เวลาบริการ: 9:00-17:00
・เว็บไซต์ทางการ
ประตูทางออกทิศเหนือของสถานีอาซากายะ: ห้ามพลาดทางเดินต้นบีชสุดสวย และจุดถ่ายรูปบ้านโทโทโร่!

เมื่อออกจากประตูทางออกทิศเหนือของสถานีอาซากายะ แล้วเดินผ่านศูนย์การค้าขนาดเล็ก "Passage" และศาลเจ้าอาซากายะชินเมกู จะพบกับถนนที่สวยงามร่มรื่นชื่อ "ถนนนาคาซุกิโดริ" สองข้างทางเรียงรายด้วยต้นบีชขนาดใหญ่ แม้จะมาเยือนในช่วงกลางฤดูร้อนก็ไม่รู้สึกถึงความร้อน ตลอดเส้นทางประกอบด้วยร้านขายของชำและร้านเสื้อผ้ามือสองมากมาย เหมาะสำหรับการเดินเล่นชอปปิง ถนนสายนี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำหนึ่งของภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง "The Cat Returns" ของสตูดิโอจิบลิอีกด้วย
ถนนมัตสึยามะโดริ (เดิมชื่อถนนนาคาซุกิโดริเก่า) ที่ขนานแต่แยกออกจากถนนนาคาซุกิโดริและวัดเซซอนอิน เป็นย่านชอป้ปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านค้าทันสมัย ร้านหนังสือเก่า และร้านของเล่นมากมาย โดยรวมแล้วบริเวณทางออกทิศเหนือของอาซากายะมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเงียบสงบ เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับคู่รักชาวญี่ปุ่น ส่วนทางออกทิศใต้จะคึกคักและมีชีวิตชีวามากกว่า
PARUKU: ร้านขายของชำรัสเซีย


"PARUKU" เปิดให้บริการที่อาซากายะมาแล้วกว่า 14 ปี เป็นร้านที่นำเข้าสินค้า ชา และขนมต่างๆ จากยุโรปตะวันออกและรัสเซีย ซึ่งภายในร้านเต็มไปด้วยตุ๊กตารัสเซียที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ ทุกตัวล้วนเป็นงานวาดด้วยมือ แต่ละตัวต่างแสดงสีหน้าที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังนำเสนอชุดประจำชาติรัสเซียและเครื่องประดับที่เป็นที่นิยมในหมู่สตรีชาวรัสเซียแบบครบครัน ใครที่ชื่นชอบสินค้าสไตล์ต่างประเทศและการแต่งตัวแบบยุโรปจะต้องสนุกกับการชอปปิ้งที่นี่อย่างแน่นอน
PARUKU ร้านขายของชำรัสเซีย
・ที่อยู่: Rise M 1F, 4-5-8 Asagaya-kita, Suginami-ku, Tokyo
・เวลาบริการ: 12:00-17:00
・เว็บไซต์ทางการ
yasho: ร้านเสื้อผ้าวินเทจที่ผสมผสานธรรมชาติ


แม้ว่าร้านค้าผสมผสานจะมีให้เห็นทั่วไป แต่ร้านแบบ "yasho" ที่รวมร้านเสื้อผ้าและร้านต้นไม้เข้าด้วยกันนั้นหาได้ยาก ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตา สว่าง และเรียบง่าย เสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็นแนววินเทจและคัดสรรมาอย่างดี ให้ความรู้สึกสบายและผ่อนคลาย โดยชั้นวางต่างๆ ภายในร้านจะมีการจัดวางต้นไม้กระถางและไม้อวบน้ำหลากหลายขนาด นอกจากมีไว้เพื่อชมแล้ว ยังมีจำหน่ายอีกด้วย ภายในร้านยังมีตู้เย็นเล็กๆ ที่จำหน่ายกาแฟเย็นที่ทางร้านทำเอง น่ารักมากเลยล่ะ
yasho
・ที่อยู่: 4-6-1 Asagaya-kita, Suginami-ku, Tokyo
・เวลาบริการ: วันจันทร์-วันเสาร์ 15:00-20:00/ วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 14:00-20:00 (วันหยุดไม่แน่นอน)
・เว็บไซต์ทางการ
Daikei Ramen: ร้านราเมนเลิศรสที่คนในพื้นที่เท่านั้นจะรู้จัก


Daikei Ramen ได้รับคะแนน 3.5 ดาวจากเว็บไซต์รีวิวร้านอาหาร "Tabelog" เมนูซิกเนเจอร์ อย่าง ราเมนมิโสะนั้นมีปริมาณเยอะ ตัวน้ำซุปที่เคี่ยวจากสันหลังหมูมีความเข้มข้นแต่ไม่เค็มจนเกินไป สำหรับคนที่ชอบต้นหอมและกระเทียมสามารถสั่งเพิ่มเติมได้ ทางร้านมีลูกค้าเข้าคิวรอไม่ขาดสายตั้งแต่ช่วงใกล้เที่ยงไปจนถึงช่วงบ่ายหลังเวลาอาหาร และส่วนใหญ่มากันทั้งครอบครัว แสดงให้เห็นว่าเป็นร้านที่ได้รับความนิยมจากชาวอาซากายะเป็นอย่างมาก
Daikei Ramen
・ที่อยู่: 4-4-8 Asagaya-kita, Suginami-ku, Tokyo
・เวลาบริการ: 11:00-26:00 (หยุดวันพุธ)
FOOCO: ครัวแบ่งปัน

"FOOCO" เป็นครัวแบ่งปันที่ผสมผสานระหว่างการดริปกาแฟและการอบขนม พร้อมใบอนุญาตการผลิตขนม ทุกคนสามารถเช่าพื้นที่ครัวหรือร้านกาแฟเพื่อทำและจำหน่ายขนมได้ ที่นี่เป็นสถานที่ฝึกฝนที่ดีสำหรับผู้ที่อยากลองเปิดธุรกิจแต่ยังไม่มั่นใจหรือมีทุนไม่เพียงพอ ลูกค้าที่แวะมาจะได้ลิ้มลองขนมที่แตกต่างกันในทุกครั้ง แม้ว่าด้านหน้าร้านจะมีเก้าอี้เพียงสองตัว แต่ก็มีคนแวะมาซื้อขนมและดื่มกาแฟเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นหนึ่งในร้านที่ทันสมัยที่สุดในย่านนี้
FOOCO
・ที่อยู่: Asagaya-kita 2-36-1
・เวลาบริการ: 12:30-16:00
・Instagram ทางการ
Tenmonzukan: ร้านน้ำชาสไตล์ไทโช
ร้านน้ำชา "Tenmonzukan" เต็มไปด้วยบรรยากาศลึกลับ ภายในร้านมีแสงไฟสลัวสีเหลืองนวล ประดับด้วยของโบราณจากยุคไทโชที่มีอายุมากกว่า 70 ปี แทบไม่น่าเชื่อว่าเจ้าของร้าน คุณ Yamashiro Takaki จะอายุเพียง 28 ปี เขาชื่นชอบการท่องเที่ยวอย่างมาก และได้เรียนรู้ว่าพื้นที่ คือ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้คน จึงต้องการสร้างสถานที่ที่ช่วยเยียวยาจิตใจ โดยบนโต๊ะของลูกค้าแต่ละคนจะมีซองจดหมายและกระดาษวางไว้ให้ ซึ่งสามารถใช้กระดาษแผ่นนี้เขียนระบายความกังวลหรือแบ่งปันเรื่องราวในใจ และยังสามารถอ่านจดหมายที่ผู้อื่นทิ้งไว้ได้ บางทีคุณอาจได้รับการเยียวยาจากประโยคหรือจดหมายของคนแปลกหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว
Kissa Tenmonzukan
・ที่อยู่: 2-1-7 Asagaya-kita, Suginami-ku, Tokyo
・เวลาบริการ: วันธรรมดา 17:00-23:00/ วันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 14:00-23:00
・Instagram ทางการ
A-san No Niwa: บ้านของโทโทโร่


"A-san No Niwa" เป็นสถานที่ที่แฟนคลับโทโทโร่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด เมื่อมาเยือนอาซากายะ โดย "A-san" หมายถึง "ทุกคนที่มาเยี่ยมชมสวน" บ้านไม้ชั้นเดียวในสวนแห่งนี้เป็นบ้านของโทโทโร่ที่มิยาซากิ ฮายาโอะได้เคยบรรยายไว้ในผลงานของเขา หลังจากเจ้าของบ้านย้ายออกไป ชาวท้องถิ่นได้รวมตัวกันรณรงค์เพื่อรักษาบ้านหลังนี้ไว้ แต่น่าเสียดายที่ปี 2009 ได้ถูกวางเพลิงจนไหม้ หลังจากนั้นมิยาซากิ ฮายาโอะได้มอบแบบแปลน 5 แผ่นให้กับเขตซูงินามิ และได้สร้างสวนแห่งนี้ขึ้นใหม่ในปี 2010 แม้ว่าจะเป็นเพียงสวนขนาดเล็ก แต่สำหรับแฟนคลับสตูดิโอจิบลิแล้ว ที่นี่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่อาจต้านทานได้
A-san No Niwa (Aさんの庭)
・ที่อยู่: 5-45-13 Asagaya-kita, Suginami-ku
・เว็บไซต์ทางการ
ประตูทางออกทิศใต้ของสถานีอาซากายะ: ย่านอาหารยอดนิยม "Pearl Center Shopping Street"

เมื่อมาถึงทางออกทิศใต้ของสถานีอาซากายะ สถานที่ที่ต้องแวะเยี่ยมชม คือ "Pearl Center Shopping Street" (阿佐谷パールセンター) ซึ่งเป็นถนนชอปปิงที่สำคัญที่สุดสำหรับคนท้องถิ่น และยังเป็นแหล่งรวมร้านกาแฟและร้านขนมปังชั้นเยี่ยม ตั้งแต่ร้าน Chawan ที่ทางเข้า ไปจนถึง St. Marc Cafe, Hoshino Coffee, Ueshima Coffee และร้าน Tajima Bread ถือเป็นสวรรค์สำหรับคนรักกาแฟและขนมปังเลยล่ะ!

Gclef: ร้านเชี่ยวชาญด้านชาโดยเฉพาะ
"Gclef" เป็นร้านชาเฉพาะทางที่มีเพียง 5 สาขาในประเทศญี่ปุ่น ทางร้านนำเข้าชาดำและชาไต้หวันที่มีเอกลักษณ์โดยตรงจากแหล่งผลิต นอกจากนี้ยังนำเสนอแยมและน้ำผึ้งที่ผลิตขึ้นมา เพื่อทานคู่กับชาด้วย สำหรับชาอู่หลงพันธุ์เหวินซานยังได้ระบุชื่อของเจ้าของฟาร์มและผู้ปลูกเอาไว้ด้วย

ทางร้านมีบริการสุดพิเศษ คือ การชิมฟรี โดยไม่ใช่การชิมแค่แก้วเล็กๆ แค่ลองจิบเท่านั้น แต่ทางร้านชงชาเต็มกาต้ม แถมเสิร์ฟพร้อมชุดกาน้ำชาที่สวยงาม นอกจากชาที่ลูกค้าต้องการชิมแล้ว พนักงานยังสามารถแนะนำชาดีๆ เพิ่มเติม และยังนำเสนอแยมให้ลองชิมคู่กันอีกด้วย บริการดีมากเลยล่ะ
Gclef tea market
・ที่อยู่: 1-33-9 Asagaya-minami, Suginami-ku, Tokyo
・เวลาบริการ: วันจันทร์-ศุกร์ 11:00-19:00/ วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11:00-20:00
・เว็บไซต์ทางการ
Sonchan Shanghai Yaki Shoronpo: ร้านที่แม้แต่ โอคาดะ จุนอิจิ ยังชื่นชอบ


"Sonchan Shanghai Yaki Shoronpo" เป็นร้านอาหารสไตล์จีนที่โด่งดังด้วยเมนูเกี๊ยวซ่าทอด และอาหารเส้นรสเผ็ดหลากหลายชนิด เช่น ตั้งต้งเมี่ยน เส้นหม่าล่าเนื้อเอ็น รวมถึงอาหารผัดรสเผ็ดร้อนต่างๆ ที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน เมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ "เกี๊ยวซ่าทอดสไตล์เซี่ยงไฮ้" ซึ่งไอดอลวง Johnny's อย่างโอคาดะ จุนอิจิ เคยมาชิมที่ร้านระหว่างการโปรโมทภาพยนตร์ "The Fable" แม้จะโดนน้ำซุปลวกปากเพราะกัดเกี๊ยวที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ แต่เขาก็ยังชื่นชมรสชาติอาหารร้านนี้ไม่หยุด!
Sonchan Shanghai Yaki Shoronpo Sakaba
・ที่อยู่: 1-36-10 Asagaya-Minami, Suginami-ku, Tokyo
・เวลาบริการ: วันอังคาร-วันอาทิตย์ 11:30-22:00 (หยุดวันจันทร์)
・เว็บไซต์ทางการ
USAGIYA: ร้านขนมหวานที่นักเขียนชื่อดังหลงรัก
ตามที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ย่านอาซากายะเคยเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่านักเขียนและศิลปินมากมาย โดยนักเขียนหลายคนเป็นคนรักขนมหวาน เช่น อิบุเสะ มาซูจิ, มุชะโนะโคจิ ซานีอัตสึ, มุนะคาตะ ชิโกะ และคนอื่นๆ ต่างก็เป็นแฟนคลับของร้านขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมในท้องถิ่น อย่าง "USAGIYA"! USAGI แปลว่า "กระต่าย" ในภาษาญี่ปุ่น ดังนั้นบรรจุภัณฑ์ของมันจูและโดรายากิจึงถูกออกแบบให้เป็นรูปกระต่ายน้อยสีขาวสุดน่ารัก โดรายากิที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์นั้นมีไส้แน่นเต็มคำ และแป้งด้านนอกนุ่มฟูเหมือนเค้กชิฟฟ่อน ไม่แปลกใจเลยที่เหล่านักเขียนชื่อดังต่างตกหลุมรักขนมจากร้านนี้
USAGIYA (うさぎや)
・ที่อยู่: 1-3-7 Asagaya-kita, Suginami-ku, Tokyo
・เวลาบริการ: 9:00-19:00 (หยุดทุกวันเสาร์และวันศุกร์สัปดาห์ที่ 1, 2, 3 ของเดือน)
hachi cafe: ร้านพายผลไม้สุดฮิตจากนาโกย่า


"hachi cafe" มีต้นกำเนิดจากนาโกย่า เมืองแห่งอาหารเลิศรส โดยมีสาขาในท้องถิ่น 2 สาขา และมีเพียงสาขาเดียวในภูมิภาคคันโตที่ตั้งอยู่ที่อาซากายะ ตัวพายที่ทำจากผลไม้สดใหม่ แม้จะดูเรียบง่ายแต่รสชาติยอดเยี่ยม ภายในร้านตกแต่งด้วยไม้ ซึ่งดูเรียบหรูทันสมัย เหมาะแก่การถ่ายรูปอย่างมาก
hachi cafe (ハチカフェ)
・ที่อยู่: 2-40-1 Asagaya-Minami, Suginami-ku, Tokyo (อยู่ใน alːku Asagaya)
・เวลาบริการ: 10:00-18:00 (หยุดทุกวันอังคาร)
・เว็บไซต์ทางการ
ย่านอาซากายะ (Asagaya) เป็นจุดหมายที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตโตเกียวแบบดั้งเดิม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งศูนย์การค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งช้อปปิ้ง เหมาะสำหรับการมาเที่ยวได้ทั้งวัน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากย่านช้อปปิ้งยอดนิยมอื่นๆ ในโตเกียว