ประวัติศาสตร์

  • thumb.php1
    Hikiyama Exhibition : เทศกาลคะระซึคุนชิ (พิพิธภัณฑ์แสดงรถลาก)
    Posted in: การเดินทาง, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

    Pin It เมืองคะระซึ จังหวัดซะงะ เดินทางจากเมืองฮะกะตะ จังหวัดฟุคุโอกะ โดยรถไฟใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20นาที เมืองคะระซึมีเทศกาลที่มีชื่อเสียงที่ชื่อว่า “เทศกาลคะระซึคุนชิ” เป็นเทศกาลเก่าแก่กว่า 100ปีของเกาะคิวชู ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 2-4 พฤศจิกายนของทุกปี เพื่อเป็นการขอบคุณหลังจากเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหาร “ฮิคิยะมะ” หรือรถลากมีความงดงามตระกาลแต่ละคันมีการตกแต่งที่ต่างกันไป จำนวนทั้งหมด 14คัน ซึ่งหนักมากถึง 1ตันกว่า จะเคลื่อนขบวนไปรอบๆเมืองคะระซึและไปสิ้นสุดที่ศาลเจ้าคะระซึ ศาลเจ้าที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 400ปี ภาพยนต์เรื่อง Timeline จดหมายความทรงจำ ฉากที่นางเอกมาเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ได้มาดูเทศกาลนี้และเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฮิคิยะมะด้วย (Hikiyama Exhibition) ที่พิพิธภัณฑ์ฮิคิยะมะมีจัดแสดงรถลากที่ใช้จริงในงานเทศกาลครบทั้ง 14คัน ถึงจะไม่ได้มาช่วงงานเทศกาลคะระซึคุนชิ ก็สามารถมาชมรถลากและประวัติ วิดิทัศน์อธิบายถึงเทศกาลนี้ได้ที่นี่ การเดินทาง : ลงที่สถานี Karazu Station (JR Chikuhi Line) จากสถานีถ้าเดินจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที ค่าเข้าชม : คนละ 300เยน เวลาเปิดให้บริการ : […]

  • IMG_7771
    เกาะนี้คนญี่ปุ่นชอบไป “Houtou Shrine” นั่งเรือข้ามเกาะไปขอ(ให้ถูก)หวย
    Posted in: culture, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

    Pin It จาก ท่าเรือโยบุโกะ : เมืองชาวประมง (ที่ขึ้นเรืออิกะมารุและเดินทางไปถ้ำเจ็ดหม้อไฟ) ก่อนเดินทางข้ามไปเกาะทะคะชิม่าเพื่อไปศาลเจ้าโฮโต เราแวะทานอาหารที่ขึ้นชื่อหรือเป็นเมนูเด่นดังของจังหวัดซะงะเลยก็ว่าได้คือ ปลาหมึก (ดิบ) นั่นเอง ร้านอาหารนี้ได้รับการแนะนำจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดซะงะเลยว่า ร้านนี้เด็ดตั้งแต่ที่ตั้งร้านอาหารแล้ว เพราะร้านลอยอยู่ในทะเลลงไปชั้นใต้ดิน ห้องอาหารจะมีกระจกใสมองเห็นน้ำทะเลด้วย หน้าตาของปลาหมึกดิบ ที่ยังเป็นๆกลอกตาไปมา ถ้าท่านในทานดิบไม่ได้หรือไม่กล้าก็บอกทางร้านได้ว่าขอให้เอาไปทำเป็นเทมปุระแทน (ชุปแป้งทอด) อีกหนึ่งเมนูที่อร่อยไม่แพ้กันคือ ไข่ออนเซนแช่เย็น ไม่เหมือนทานของคาวแต่เหมือนทานไข่หวานเป็นขนม   เตรียมไปขึ้นเรือเราจะข้ามไปเกาะทะคะชิม่า ที่มีศาลเจ้าชื่อดังแอบซ่อนอยู่กัน เราใช้เวลาไม่นาน ไม่ถึง 20นาทีก็มาถึงเกาะ บรรยากาศท้องฟ้า ทะเลและหมู่บ้านของคนที่นี่คล้ายกับเมืองไทยบ้านเราเลย ทั้งเกาะนี้มีคนอาศัยอยู่แค่ 306คนเท่านั้น ทางเดินไปศาลเจ้ามีป้ายบอกตลอดทาง ก่อนไปศาลเจ้าเราก็จะผ่านร้านคุณป้าสองร้าน ร้านที่หนึ่ง ทั้งดาราคนในวงการทั้งหลายของญี่ปุ่นต่างก็มาที่ร้านนี้เพื่อรอจับมือกับคุณป้า เพราะเชื่อกันว่า คุณป้าคือผู้นำโชค (เค้าว่ากันว่าคนถูกรางวัลเกือบทุกคนผ่านการจับมือกับคุณป้าคนนี้มาแล้ว) คนญี่ปุ่นก็นิยมลุ้นโชคเสี่ยงดวงเหมือนเราหละค่ะ บ้านเค้ามีลอตเตอรี่หลากหลายกว่าเมืองไทยเสียอีก แบบขูดแล้วรู้ผลเลยหรือจะรอลุ้นรางวัลใหญ่แบบร้อยล้านเยนหรือสามร้อยล้านเยน ถ้านึกภาพว่าเงินมันมากแค่ไหนไม่ออก รูปนี้คือเงินจำนวนสามร้อยล้านเยนค่ะ เคล็ดก็คือ ซื้อถุงทองจากร้านนี้แล้วเอาไปศาลเจ้าทำพิธีเล็กๆน้อยๆ ปิดปากถุงให้ดี กลับบ้านก็เอาลอตเตอรี่ที่ซื้อมาใส่ถุงไว้เท่านี้เองค่ะ (ในรูปคือดารา พิธีกรญี่ปุ่นหลายคนที่แวะเวียนกันมาแล้ว) ส่วนอีกร้านนึงของคุณป้าอีกคนก็เด็ดค่ะ เพราะมีแมวควัก แล้วก็มีแมวเยอะแยะเลยแถวนั้น คนญี่ปุ่นเชื่อว่าแมวจะนำความโชคดีมาให้ แมวตัวเอกสุดๆของร้านนี้คือ ยกมือไหว้ได้ด้วย […]

  • P1030919
    ตำนานแห่งรถไฟญี่ปุ่นที่ Saitama Railway Museum
    Posted in: ประวัติศาสตร์

    Pin It ช่วงเวลาฟ้าฝนไม่เป็นใจ สถานที่ที่น่าจะเป็นจุดสนใจของญี่ปุ่นที่อยากจะแนะนำก็คือ พิพิธภัณฑ์ต่างๆ เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการรวบรวมข้อมูล ประวัติศาสตร์ องค์ความรู้ต่างๆเข้าไว้ในพิพิธภัณฑ์เป็นอย่างมาก ตามเมืองใหญ่ๆ จะเห็นมีพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่หลายแห่งเลยทีเดียว และคราวนี้ ก็จะมาแนะนำพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเรื่องราวที่ผมชอบมากที่สุดในญี่ปุ่น นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับรถไฟ หรือ Railway Museum ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดไซตามะ ไม่ไกลจากโตเกียวเลย การเดินทาง เพียงแค่นั่งรถไฟ JR จากโตเกียว มาลงที่สถานี Omiya ในจังหวัดไซตามะ แล้วต่อด้วยรถไฟ Shuttle ที่สถานีเดียวกันนี้ไปอีกหนึ่งป้ายสถานีที่ชื่อว่า Tetsudohakubutsukan รวมเวลาเดินทางเกือบๆหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น ก็จะมาถึงหน้า Railway Museum ที่ยิ่งใหญ่อลังการแห่งนี้แล้วล่ะ (สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงผ่านทางเวบไซต์ของพิพิธภัณฑ์ : http://www.railway-museum.jp/en) หลังจากจ่ายเงินค่าเข้า ราคา 1000 เยนสำหรับผู้ใหญ่เป็นที่เรียบร้อย เริ่มจากโถงใหญ่ทางด้านขวาก่อนเลย ที่เรียกว่า History Zone ก็จะพบกับรถไฟรุ่นเก่าๆปลดระวาง ที่มีประวัติศาสตร์เฉพาะตัว ตั้งเรียงรายกันอยู่หลายขบวนในห้องนี้ เรียกว่าห้องเดียว ก็กินเวลาไปพอสมควรสำหรับคนชอบรถไฟอย่างผมแล้วล่ะ ขึ้นบันไดเลื่อนไปบนชั้นสองที่ห้องเดียวกันนี้ ก็จะพบกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของรถไฟญี่ปุ่น แปะอยู่ที่ข้างฝาให้เดินไล่อ่านไล่ชมกันตั้งแต่ยุค 1860 […]

  • Tomiokasilk1
    ประกาศแล้วมรดกโลกลำดับที่ 18 ของประเทศญี่ปุ่น 「โรงงานผลิตไหม Tomioka Silk Mill」
    Posted in: ข่าวสั้น, ทั่วไป, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

    Pin It วันที่ 21 มิถุนายน 2557 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ที่ประชุม ณ เมืองโดฮา ได้ประกาศให้  「โรงงานผลิตไหม Tomioka Silk Mill」ของจังหวัดกุมมะ (Gunma) เป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของประเทศญี่ปุ่น    Asahi 「โรงงานผลิตไหม Tomioka Silk Mill」ตั้งอยู่ที่จังหวัดกุมมะ ประเทศญี่ปุ่น ได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมลำดับที่ 14 ต่อจากภูเขาฟูจิ ที่เพิ่งได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลกไปเป็นลำดับที่ 13 เมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นมีมรดกโลกทั้งหมดรวมแล้ว 18 แห่ง    Asashi  「โรงงานผลิตไหม Tomioka Silk Mill」 ตั้งขึ้นเมื่อปี 1872  (สมัยเมจิที่ 5) มีประวัติความเป็นมายาวนาน ผ่านการเปลี่ยนชื่อโรงงานมาหลายครั้ง โรงงานผลิตไหมแห่งนี้ได้นำเทคโนโลยีการผลิตและเลี้ยงไหมจากต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศญี่ปุ่น การเลี้ยงดูตัวไหมอย่างดีทุกกระบวนการและการเก็บรักษาไข่ไหมด้วยอุณหภูมิธรรมชาติแบบอากาศหนาวเย็น การรับวิธีการดูแลและเทคโนโลยีเข้ามาทำให้โรงงานเลี้ยงไหมแห่งนี้สามารถผลิตไหมได้ทั้งสามฤดูเพิ่มจากเดิมที่สามารถเลี้ยงได้แค่ฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น (ฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง)  ทำให้ผลผลิตเพิ่มจำนวนมากขึ้น Tomioka Silk Mill

  • H3
    เที่ยวเมืองฮะโกะดะเตะ : ศาลาประชาคมฮะโกะดะเตะเดิม และ ย่านโมะโตะมะจิ (Kyu-Hakodateku-Kokaido & Motomachi)
    Posted in: ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, อาหาร

    Pin It วันนี้เราไปเที่ยวกันในเมืองฮะโกะดะเตะเก็บตกกันอีกหน่อย รูปด้านล่างนี่เป็นวิวที่มองเห็นได้จากศาลาประชาคมฮะโกะดะเตะเดิม (Kyu-Hakodateku-Kokaido) ทิวทัศน์ของเมืองฮะโกะดะเตะมีกลิ่นอายที่ทำให้นึกถึงอดีตได้อยู่ตลอดเวลา อาคารต่างๆที่มีทั้งสไตล์ญี่ปุ่น ตะวันตก หรือ จะผสมผสานทั้งสองแบบ เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้จริงๆ ศาลาประชาคมฮะโกะดะเตะเก่าแก่ (Kyu-Hakodateku-Kokaido) อาคารแห่งนี้มีชื่อเสียงและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในฮะโกะดะเตะ ที่ถูกกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ที่นี่มีหอประชุมใหญ่ตระการตาและห้องต่างๆ ที่สงวนไว้สำหรับแขกพิเศษ สมาชิกราชวงศ์อิมพีเรียลเคยเข้าพักในห้องเหล่านี้มาแล้ว เมื่อคราวเสด็จมาเยือนฮะโกะดะเตะ Old Public Hall Of Hakodate Ward เสียค่าเข้าแล้วเข้าไปดูกันค่ะ ค่าบริการ 300เยนสำหรับอาคารนี้ แต่จะซื้อตั๋วที่รวมค่าเข้าของอาคารอื่นๆได้ด้วยราคาก็จะถูกลงค่ะ เราซื้อแบบเข้าได้สองอาคาร ราคา 500เยน (แต่ไปไม่ทันอีกที่ T__T)   จากหนังสือนำเที่ยวฮอกไกโดของ D+Plus Guide book ได้พูดถึงอาคารสีฟ้าอ่อนสลับสีเหลืองขนาดใหญ่นี้ไว้ว่า “เป็นศาลาประชาคมหรือหอประชุมเมืองฮะโกะดะเตะ อาคารถูกสร้างขึ้นมาใหมเมื่อปีค.ศ. 1907 แทนอาคารเดิมที่ถูกไฟไหม้ ด้านในมีห้องโถงใหญ่พร้อมเวทียกพื้นเคยใช้เป็นที่จัดงานเลี้ยงต่างๆ” ชั้นบนเป็นห้องโถงใหญ่ มีวิดิโอที่เปิดให้ดูเกี่ยวกับประวัติของอาคารแห่งนี้ ตั้งแต่เริ่มสร้างจนถูกไฟไหม้และโครงสร้างการวางโครงของตัวอาคาร     ที่เราได้นั่งดูวิดิโอนานๆเพราะว่า นั่งรอเพื่อนเข้าไปเปลี่ยนชุดเป็นสาวเมืองฮะโกะดะเตะ ซึ่งที่นี่มีไว้บริการ มีค่าใช้จ่าย 1,000เยน […]

  • P1000059-2
    Nihon Minkaen พิพิธภัณฑ์เรียนรู้ความเป็นอยู่ของชาวญี่ปุ่นแบบบ้านๆ
    Posted in: ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

    Pin It เพียงแค่ 20 นาทีบนสาย Odakyu Express จากชินจุกุ มาลงที่สถานี Noborito ในเมืองคาวาซากิ เมืองที่อยู่ระหว่างสองเมืองใหญ่อย่างโตเกียวและโยโกฮาม่า ออกจากสถานี เดินเท้าลงมาทางด้านทิศใต้ตรงๆสักประมาณ 20 นาที ก็จะพบกับ Nihon Minkaen สถานที่นี้เป็นพิพิธพัณฑ์ในสวนขนาดใหญ่ ที่รวบรวมรูปแบบบ้านและความเป็นอยู่ของชาวญี่ปุ่น ในช่วงยุคเอโดะจากหลากหลายภูมิภาค มารวมกันไว้ที่นี่ที่เดียว สถานที่นี้ก็เลยมีชื่อยาวๆขยายความไว้อีกว่า Japan Open-air Folk House Museum รูปแบบบ้านประมาณ 25 หลังจากหลากหลายพื้นที่ พร้อมการจัดภายในภายนอกที่เหมือนจริง ให้เราได้เดินชมในบรรยากาศธรรมชาติสุดๆ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ของญี่ปุ่นที่ผมชอบเอามากๆ เรียกได้ว่า ใครที่รักในการชมพิพิธภัณฑ์ ก็ไม่ควรพลาด Nihon Minkaen เป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียวล่ะ แถมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ก็ยังเอาใจชาวต่างชาติด้วยการมีคำอธิบายบ้านแต่ละหลังเป็นภาษาอังกฤษ เรียกได้ว่า นอกจากจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บรรยากาศดีสุดๆ เหมือนเดินเล่นอยู่ในสวนขนาดใหญ่แล้ว ชาวต่างชาติที่ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น ยังสามรถรับชมรับรู้ถึงข้อมูลกันได้อย่างเต็มๆ ประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ไว้ดีเอามากๆ ถ้าเห็นอย่างนี้แล้ว เรามาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่นกันเถอะ เวบไซต์เพิ่มเติมของสถานที่แห่งนี้ และ รูปให้ชมอีกมากมายตามลิงค์ข้างล่างเลยจ้าาา http://www.nihonminkaen.jp/minka_e.htm […]

  • DEA7D5EC-7B29-4805-8CB0-4F9DD5AE68BC-1609-000000D7A7A50F96_zps898b552c
    [18+] หนังสือภาพพิมพ์อุคิโยะเอะ (浮世絵)ในยุคสมัยเอโดะ
    Posted in: 18+, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

    Pin It ภาพพิมพ์อุคิโยะเอะ (浮世絵) ที่หลายคนรู้จักและเป็นที่นิยมในกลุ่มคนที่ชอบภาพศิลปะแนวนี้ มีคนที่สะสมภาพเหล่านี้และมีพิพิธภัณฑ์ให้ชมกันอีกด้วย จาก blog ตอนหนึ่งของ redlovetree.com ได้พูดถึงภาพพิมพ์อุคิโยะเอะ (浮世絵) และ ภาพจากหนังสือแนวชุนกะ แล้วยังได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพพิมพ์อุคิโยะเอะ (浮世絵) จากนักเขียน นัทคุง มาประกอบทำให้เราได้รู้จักหนังสือหรือภาพวาดแนวนี้มากขึ้น ด้านล่างเป็นภาพหนังสือชุนกะ เล่มจริงที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะหลายร้อยๆปีก่อน   นัทคุงได้บอกกับเราว่า ภาพพิมพ์อุคิโยะเอะ (浮世絵) เป็นงานศิลปะที่ฮิตในยุคเอโดะ เพราะราคาถูก ผลิตซ้ำได้ ศิลปินใช้วิธีการวาดภาพต้นแบบ แล้วค่อยแยกสี จากนั้นก็แกะแผ่นไม้แยกตามสีต่างๆ แล้วค่อยใช้กระดาษกดลงบนแม่พิมพ์ตามสี เรียงลำดับ จนได้ภาพพิมพ์หลากสีสัน กลายเป็นงานศิลปะที่ทำในจำนวนมากและชาวบ้านทั่วไปสามารถครอบครองได้ ต่างไปจากภาพวาดเดิมๆ ที่เวลาสร้างผลงานชิ้นนึง ก็ต้องวาดขึ้นใหม่ ไม่สามารถผลิตงานชิ้นเดียวแบบจำนวนมากได้ นี่คือสิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนการพิมพ์หนังสือสมัยก่อนในยุคของเอโดะ และ งานศิลปะแบบนี้มีอิทธิพลไปทั่วโลกเช่นกัน *เนื่องจากภาพและข้อความบางส่วน ควรได้รับการแนะนำ เราจึงไม่นำมาลงไว้ที่นี่ทั้งหมด ถ้าท่านใดสนใจที่ต้องการรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้ เรามีเขียนไว้ที่ [18+] หนังสือภาพพิมพ์แนวหวือหวาร่วมเพศในยุคสมัยเอโดะ

  • SAM_1264
    ทัวร์แมวจร@ญี่ปุ่น 1.26 – Kanda Myoujin วิหารคันดะ ท่ามกลางสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่
    Posted in: การเดินทาง, ประวัติศาสตร์

    Pin It สวัสดีครับ คราวนี้จะเริ่มวันที่ 8 ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ละ! 18 ม.ย. 55 วันนี้สบายๆ ไม่ต้องรีบไปเที่ยวไหน ก็เลยตื่นสายกว่าปกตินิดนึง อย่างแรกหลังจากออกมาจากโรงแรมก็ต้องทานมื้อเช้าสักหน่อย หลายๆ วันที่ผ่านมา ผมไม่ค่อยได้ทานมื้อเช้าล่ะ แต่เริ่มหิวตั้งแต่ก่อนเที่ยงก็เลยทานซะหน่อย ข้าวหน้าหมูชาบู ลงไปที่สถานีรถไฟอิเคะบุคุโร่ ตอนสายๆ คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ มาลงที่อากิฮาบาระ แต่ยังไม่เดินตอนนี้ เดี๋ยวไปวิหารคันดะก่อน จากสถานีอากิฮาบาระ ให้เดินไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตรงนี้ ล้อมรอบไปด้วยอาคารที่พักอาศัย แต่ถ้าดูดีๆ จะเห็นประตูโทริอิ น่าจะเป็นตรงนี้แหละ ลองเดินขึ้นไปดูสักหน่อย โอเค น่าจะมาถูกที่ละ แต่โครงสร้างมันแปลกๆ แฮะ ปกติเข้ามาแล้วต้องเจออ่างให้ล้างมือ ประตูใหญ่ แล้วก็โบสถ์สิ… อ่อ ที่แท้เราไม่ได้เข้าจากด้านหน้านี่เอง วิหารคันดะ (神田明神 Kanda-myōjin) มีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี เป็นวิหารที่มีความสำคัญสำหรับนักรบและชาวญี่ปุ่นในสมัยเอโดะเป็นอย่างมาก เพราะว่าท่านโชกุนโทคุกาว่า อิเอยาสุ (徳川 家康 Tokugawa Ieyasu) เคยมาแสดงความเคารพที่วิหารนี้ด้วย […]

  • SAM_0964
    ทัวร์แมวจร@ญี่ปุ่น 1.22 – เข้าชมภายในศาลเจ้าเมจิ
    Posted in: ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์

    Pin It จากทัวร์แมวจรตอนที่แล้ว ผมเข้าไปในบริเวณสวนดอกไม้ของศาลเจ้าเมจิ เดี๋ยววันนี้จะเข้าไปในตัวศาลเจ้าละ ระหว่างทางก็มีถังเก็บไวน์วางเรียงกันอยู่ ในยุคเมจิ เป็นยุคที่ญี่ปุ่นเริ่มรับเอาวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเข้ามาในประเทศ แม้แต่จักรพรรดิเมจิเองก็รับมาใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น ทรงฉลองพระองค์ในชุดแบบตะวันตก และเสวยอาหารตะวันตกเป็นบางครั้งบางคราว ถังไวน์พวกนี้ได้รับมาจากงานฉลองโรงกลั่นไวน์ในแคว้นบูร์กอญ (ブルゴーニュ Bourgogne) หรือที่รู้จักกันในชื่อเบอร์กันดี (バーガンディ Burgundy) ให้กับยาสุฮิโกะ ซาตะ (Yasuhiko Sata) โดยราชวงศ์เบอร์กันดี ถังเหล้าสาเกตรงนี้ ได้รับการบริจาคมาจากสมาคมผู้ผลิตเหล้าสาเก เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อจักรพรรดิเมจิ เจอประตูโทริอิอีกแห่งละ เดินมาอีกหน่อยก็จะเจอแผ่นป้ายแสดงประวัติของจักรพรรดิเมจิ และยุคเมจิ ถึงทางเข้าศาลเจ้าแล้ว ก่อนเข้าศาลเจ้าก็ต้องชำระร่างกายกันเสียก่อน ให้ใช้กระบวยตักน้ำ ล้างมือซ้าย ล้างมือขวา เทน้ำใส่มือซ้ายแล้วดื่มจากฝ่ามือ จากนั้นก็จับกระบวยด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนที่จะเทน้ำที่เหลือลงพื้น ศาลเจ้าเมจิ เป็นศาลเจ้าของศาสนาชินโต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งศาสนาหลักในญี่ปุ่นนอกจากศาสนาพุทธ ในศาลเจ้าปีใหม่ จะมีผู้คนกว่าสามล้านคนเดินทางมาที่นี่เพื่อมาสวดขอพรครั้งแรกของปี (初詣 hatsumōde) จะว่าไปแล้ว พี่่ @redlovetree ก็เคยเขียนถึง Hatsumode ใน japaijapan ไปแล้วนี่นา ไปตามอ่านย้อนหลังได้ที่นี่ฮะ 初詣「明治神宮」ไหว้พระครั้งแรกของปีที่ศาลเจ้าเมจิ-จิงกู ร้านขายของที่ระลึก […]

  • Photo Mar 12, 16 05 31 300x300
    The Hotta House (วังฮอตตะ) Chiba Tour : ตอนที่ 3
    Posted in: การเดินทาง, ท่องเที่ยว, ทั่วไป, ประวัติศาสตร์

    Pin It       ตอนนี้จิบะทัวร์ก็พาเพื่อนๆมาถึงตอนที่ 3 แล้วนะคะ ตอนนี้เราจะพาเพื่อนๆมารู้จักกับ The Hotta House (วังฮอตตะ) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า KYU-HOTTA-TEI ค่ะ ท่านซามูไร Masatomo Hotta      วังฮอตตะเดิมเป็นวังของท่านซามูไรท่านหนึ่งมีนามว่าท่าน Masatomo Hotta ท่านเป็นไดเมียวคนสุดท้ายของตระกูลซากุระ หลังจากระบบศักดินาดั้งเดิมได้ถูกยกเลิกเพื่อคืนอำนาจให้แก่จักรพรรดิ และตั้งระบบจังหวัดขึ้นมาใหม่ในยุคการฟื้นฟูเมจิปี 1868 คำว่า “ไดเมียว” ก็ถูกยกเลิกด้วยเช่นกันพร้อมกับการก่อตั้งระบบขุนนางรัชทายาทแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่น (ระบบขุนนางถูกยกเลิกในปี 1947) บางท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าคำว่า ไดเมียวคืออะไร คำว่า “ไดเมียว” ก็คือเป็นตำแหน่งเจ้าเมืองที่มีความสำคัญรองลงมาจากโชกุนนั่นเองค่ะ ภาพของท่านซามูไร Masatomo Hotta ทั้ง 2 ยุค หลังจาก ท่านฮอตตะ ได้รับการแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ในระบบขุนนาง ท่านได้ถูกสั่งให้ไปประจำการที่โตเกียว เมื่ออดีตไดเมียวทั้งหลายได้รับอนุญาตให้กลับไปยังถิ่นฐานเดิมได้ ท่านจึงกลับไปที่เมืองซะกุระเพื่ออุทิศตนในการพัฒนาการศึกษาและการเกษตรโดยท่านเชื่อว่า “สิ่งเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศ” ท่านได้สร้างบ้านขึ้นใหม่ในปี 1890 และ ศูนย์ทดลองการเกษตรของครอบครัวฮอตตะบริเวณรอบๆที่พัก ต่อมาในปี 1897 ศูนย์ทดลองนี้มีชื่อเสียงในจังหวัดจิบะ […]

  • Photo 300x300
    เที่ยวหมู่บ้านซามูไรที่เมืองซาคุระ (Chiba Tour) ตอนที่:2
    Posted in: ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์

    Pin It      เมืองซาคุระ (佐倉市) ตั้งอยู่ใจกลางของที่ราบสูงชิโมสะ ทางตอนเหนือของจิบะและยังคงความอุดมสมบูรณ์ธรรมชาติ วัฒนธรรมดั่งเดิมในสมัยเก่าอยู่ เมืองซาคุระเป็นเมืองที่ยังมีหมูบ้านซามูไรหลงเหลืออยู่เป็นฉากหลังของเมืองซึ่งเป็นเมืองรอบปราสาท และที่หมูบ้านซามูไรที่เมืองซาคุระเป็นหมูบ้านซามูไรตระกูลซาคุระ หมูบ้านนี้สร้างขึ้นในสมัยเอะโดะมีอายุมากกว่า 450 ปีแล้วค่ะ และหมู่บ้านซามูไรเมืองซาคุระนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์สมัยเอะโดะที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของจังหวัดจิบะ ปัจจุบันก็ได้มีนักท่องเที่ยวได้แวะเข้ามาเยี่ยมเยือนและชมหมู่บ้านซามูไรซึ่งเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวแห่งหนึ่งก็ว่าได้ค่ะ      ซามูไรในความเข้าใจของเราตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็นคนที่มีฐานะทางการเงินดีในสมัยนั้นใช่ไหมคะ? แต่ความจริงแล้วซามูไรเป็นคนที่มีฐานะยากจนที่สุดในยุคนั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ซามูไรจะไม่เอ่ยปากและจะปิดบังไม่ให้คนอื่นรู้ถึงความยากจนของตนว่ามีฐานะยากจนแค่ไหน ซามูไรในสมัยก่อนการทำงานก็คล้ายราชการในสมัยปัจจุบันค่ะ แต่การทำงานของซามูไรจะได้ค่าจ้างเป็นข้าวสารแทนค่ะ      ลักษณะบ้านของซามูไรที่เมืองซาคุระนี้หลังคาบ้านจะทำจากฟางมี 3 ชั้น ชั้นหนึ่งเป็นฟางธรรมดา และอีก 2 ชั้นเป็นหญ้าโยชิเป็นหญ้าลักษณะพิเศษและต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่จะมาทำได้ หญ้าโยชิส่วนใหญ่จะเอามาจาก อิบะระงิ หลังคาแบบนี้จะอยู่ได้ 14-15 ปี ก็ถือว่านนานนะคะ      ต่อไปเรามาดูบริเวณบ้านของซามูไรกันบ้างค่ะ โซนหลังบ้านของซามูไรจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สุดจะไม่ให้คนนอกเข้าไปได้ เพราะบริเวณด้านหลังจะเป็นที่ปลูกพืชผักสำหรับไว้รับประทานเอง อย่างที่ได้พูดมาข้างต้นแล้วว่าซามูไรเป็นคนที่ยากจนที่สุดจึงจำเป็นต้องปลูกผักไว้กินเอง ส่วนภายในบ้านของซามูไรก็จะมีห้องต่างๆ เช่น ห้องทำงานของซามูไร ห้องของภรรยากับลูก ห้องสำหรับคนใช้ ห้องครัว ห้องอาบน้ำ ห้องสำหรับลูกน้อง ส่วนห้องน้ำจะแยกสำหรับแขกและสำหรับครอบครัว ห้องน้ำสำหรับแขกจะอยู่หน้าบ้าน ส่วนห้องน้ำครอบครัวจะอยู่หลังบ้าน ทุกคนสงสัยกันไหมคะว่าทำไมบริเวณหลังบ้านซามูไรถึงเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สุดและห้องน้ำทำไมถึงแยก? จากที่รู้มาคร่าวๆ พื้นที่ด้านหลังเป็นพื้นส่วนตัวมากเพราะว่าเป็นที่สำหรับปลูกพืชผักไว้กินเอง […]

  • Boso-no-Mura : พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านโบราณโบโซโนะมุระ
    Posted in: culture, การเดินทาง, ทั่วไป, ประวัติศาสตร์

    Pin It Experience Museum Chiba Prefectural Boso-no-Mura หรือ  พิพิธภัณฑ์แห่งการสัมผัสประสบการณ์โบโซโนะมุระ ประจำจังหวัดจิบะ พิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอสภาพของอาคารและบ้านเรือนในสมัยเอโดะ (ประมาณปีค.ศ.1800) มาจัดแสดงใหม่ สามารถเรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นโดยการสัมผัสประสบการณ์จริงได้ ที่นี่ตลอดทั้งปีมีกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะการชมสวนดอกไม้นานาชนิดที่ผลัดเปลี่ยนกันตลอดเกือบทุกเดือน เช่น เดือนกุมภาพันธ์ ชมดอกบ๊วย เดือนเมษายน ชมซากุระ เดือนมิถุนายน ชมลาเวนเดอร์และดอกอะจิไซ (ดอกไม้ประจำฤดูฝน) เป็นต้น     ทีมงาน japaijapan ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมหมู่บ้านโบราณโบโซโนะมุระ ในช่วงฤดูหนาว ยังมีหิมะที่ตกหนักจากวันก่อน หลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง สวยไปอีกแบบและฟ้าสดใส นอกจากจะมีการจำลองอาคารบ้านเรือนแล้วนั้น ที่นี่ยังมีจัดกิจกรรมต่างๆให้ได้ชมและกิจกรรมทดลองปฏิบัติต่างๆ เช่นการทำเทียน การทำเสื่อ(ผืนเล็ก) การทำสมุดจดสมัยโบราณหรือพิธีการชงชาแบบญี่ปุ่น   ที่หมู่บ้านโบราณโบโซโนะมุระนี้ มีละครหลายเรื่องที่มาถ่ายทำ ใช้เป็นฉากประกอบละคร ทางเข้าด้านหน้าจะมีพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ให้ชมกันด้วย สถานที่กว้างขวางมีร้านอาหาร ถ้าใช้เวลาอยู่ที่นี่น่าจะครึ่งวันแล้วสามารถวางแผนเดินทางต่อไปที่อื่นได้   วิธีการเดินทางมาที่พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านโบราณโบโซโนะมุระ ดูรายละเอียดได้ที่นี่ http://www.chiba-muse.or.jp/MURA/e/index.html#c  *รูปภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของ @japaijapan **ข้อมูลและรูปภาพบางส่วนได้รับอนุญาติอย่างเป็นทางการจาก CHIBA Prefectional Government

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Thailand License.