Author Archives

  • P1020721
    ครั้งหนึ่งในชีวิต…ต้องไปพิชิต “ฟูจิยามะ” [Part 3 : ศึกษาเส้นทางสู่ยอดฟูจิซัง]
    Posted in: ทั่วไป

    Pin It การจะไปให้ถึงยอดฟูจิยามะนั้นจะต้องผ่าน10สถานี โดนสถานีแรกจะอยู่ที่ตีนเขา สถานีที่10ก็คือยอดเขา…จุดหมายปลายทางของพวกเรา ถนนสำหรับรถยนต์จะนำเราไปได้ไกลที่สุดถึงสถานีที่5 ซึ่งก็คือครึ่งทางพอดี มีสถานีที่5อยู่ทั้งสิ้น 4 แห่งซึ่งประจำอยู่แต่ละด้านของฟูจิยามะ รายละเอียดของสถานีที่5ทั้งสี่แห่งมีดังต่อไปนี้   (1) สถานี”Fujinomiya” ตั้งอยู่ในเมืองShizuoka อยู่ที่ความสูงห่างจากระดับน้ำทะเล 2,400 เมตร นั่นหมายความว่าจากสถานีนี้ เราจะสามารถไปยอดฟูจิซังได้เร็วที่สุด ขาขึ้น นักท่องเที่ยวจะใช้เวลาไปถึงยอดโดยเฉลี่ย 4-7ชั่วโมง ส่วนขาลงก็จะเร็วหน่อย ใช้้เวลาเพียง 2-4 ชั่วโมง เราสามารถเดินทางไปถึงสถานีนี้ได้โดยง่ายด้วย ชินคันเซน โทไคโด (Tokaido Shikansen) (2) สถานี”Kawaguchiko” ตั้งอยู่ในเมืองYamanashi อยู่ห่างจากระดับน้ำทะเล 2,300 เมตร เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุด เนื่องจากเดินทางมาถึงได้สะดวกจากใจกลางกรุงโตเกียวและจากทะเลสาปทั้งห้ารอบฟูจิซัง ที่สำคัญ…พระอาทิตย์ขึ้นจะสามารถเห็นได้ชัดที่ยอดเขาหากเราเริ่มต้นจากที่นี่ ขาขึ้น นักท่องเที่ยวจะใช้เวลาไปถึงยอดโดยเฉลี่ย 5-7ชั่วโมง ส่วนขาลงมาถึงสถานีที่5ใช้้เวลา3-5 ชั่วโมง (3) สถานี”Subashiri” ตั้งอยู่ในเมืองShizuoka อยู่ที่ความสูงห่างจากระดับน้ำทะเล 2,000 เมตร การปีนด้วยเส้นทางนี้จะไปบรรจบกับเส้นทางYoshida(ในข้อที่4)ประมาณสถานีที่8 ขาขึ้น นักท่องเที่ยวจะใช้เวลาไปถึงยอดโดยเฉลี่ย 5-8ชั่วโมง […]

  • Fuji-san
    ครั้งหนึ่งในชีวิต…ต้องไปพิชิต “ฟูจิยามะ” [Part 2: การเตรียมตัวและหัวใจ เหนื่อยเพียงใดก็จะฝ่าฟันไปให้ได้]
    Posted in: ทั่วไป

    Pin It ตอนที่1 ได้โหมโรงถึงการไปปีนภูเขาไฟฟูจิกันไปแล้ว…เป็นยังไงบ้างครับ? ชักอยากไปปีนบ้างแล้วล่ะสิ แต่เดี๋ยวก่อน…แม้กำลังทรัพย์พร้อม…ใจพร้อม…แต่ถ้าร่างกายไม่พร้อมเนี่ย…เป็นไปไม่ได้เลยครับที่ภารกิจอันท้าทายนี้จะสำเร็จลุล่วงไปได้ ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงการเตรียมร่างกาย จิตใจ ตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการปีนภูเขาไฟฟูจิกันครับ   (1)ร่างกาย ถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดเหนือกว่าปัจจัยอื่นใด วิธีที่จะเตรียมพร้อมร่างกายให้สามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆเพื่อขึ้นไปถึงยอดเขาจากนั้นก็กลับลงมาสู่ตีนเขาได้อย่างปลอดภัยนั้นมีอยู่เพียง”วิธีเดียวเท่านั้น”ครับ…นั่นก็คือการ”ออกกำลังกาย” 1.1) เริ่มต้นง่ายๆกับกิจวัตรในชีวิตประจำวัน ใครที่รักความสะดวกสบาย ต้องใช้บันไดเลื่อน ต้องขึ้นลิฟท์ แม้แต่ลงมาเพียงชั้นเดียว…ก็ยังลงลิฟท์… หากคิดจะปีนฟูจิล่ะก็…ลองเปลี่ยนตัวเองนะครับ – ใช้การเดินขึ้น-ลงด้วยบันไดแทนที่จะใช้บันไดเลื่อนหรือลิฟท์ – ใช้จักรยาน/การเดินไปยังที่หมายแทนที่จะโดยสารรถประจำทาง/แท็กซี่ – ให้เวลาสำหรับการวิ่ง(30-45นาที)/ปั่นจักรยาน(45-60นาที) อย่างน้อย3วัน/สัปดาห์เพื่อเสริมกล้ามเนื้อขา&ความอึด 1.2) ออพชั่นเสริม…เข้ายิม เสริมกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง การปีนภูเขาไฟฟูจิ จำเป็นต้องมีกล้ามเนื้อท้องและขาที่แข็งแรงในระดับสามารถทนทานต่อความเมื่อยล้าได้ ท่าที่จะแนะนำต่อไปนี้จะช่วงเสริมกล้ามเนื้อต่างๆที่จำเป็นได้   ท่าออกกำลังกายสำหรับเสริมสร้างกล้ามเนื้อขา – Leg Curl – Leg Extension – Full and Half-Squat – Lunge ท่าออกกำลังกายสำหรับเสริมสร้างกล้ามเนื้อท้อง – Sit-Up – Hanging Leg Raise ไม่ใช้น้ำหนักเยอะ/น้อยจนเกินไป […]

  • P1020894
    ครั้งหนึ่งในชีวิต…ต้องไปพิชิต “ฟูจิยามะ” [Part 1: Overture]
    Posted in: ทั่วไป

    Pin It สิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณได้เดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วมีหลายอย่าง… ได้ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆตั้งแต่เหนือสุด (ฮอกไกโด)จนถึงใต้สุด(โอกินาว่า) ได้ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับแสนอร่อย อาทิ ซูชิ ซาชิมิ ข้าวหน้าปลาไหล ฯลฯ ตลอดจนขนมหวานรสเลิศหลากชนิด ได้ลงแช่“อองเซ็น” ได้มีคู่ควงเป็นชาวญี่ปุ่น ได้มาเรียนและศึกษาต่อที่นี่ ได้… … … … … Etc. แต่กิจกรรมหนึ่งที่นอกเหนือจากเป็นการพิสูจน์ว่าคุณได้มาถึงประเทศญี่ปุ่น“จริงๆ”แล้ว ยังเป็นการพิสูจน์ความทรหดอดทนตามสไตล์คนญี่ปุ่น นั่นก็คือ“การปีนขึ้นไปให้ถึงยอดของภูเขาไฟฟูจิ” ภูเขาไฟฟูจิ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,776 เมตร!!! ยามที่ท้องฟ้าสดใส ภูเขาไฟฟูจิจะดูสวยงามเมื่อมองจากระยะไกล แต่การได้ปีนขึ้นไปถึงยอดเขา…ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าพร้อมๆกับผู้ร่วมปีนเขาหลายพันชีวิตนั้น เป็นอะไรที่สุดยอดมากเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ฤดูกาลปีนภูเขาไฟฟูจิมีเมื่อไหร่? เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ถือเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นฤดูกาลปีนเขาอย่างเป็นทางการ ช่วงที่ภูเขาไฟฟูจิไม่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ อากาศกำลังดี บริษัทที่ให้บริการขนส่งมวลชนต่างก็พร้อมใจกันอำนวยความสะดวกพาเราเดินทางมาถึงบริเวณตีนเขาได้โดยง่าย ความนิยมล่ะ? การปีนภูเขาไฟฟูจิเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงมาก ไม่เพียงแต่คนญี่ปุ่นเองแต่รวมไปถึงคนต่างชาติทั้งที่อาศัยอยู่ใน/นอกญี่ปุ่นอีกด้วย ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน(ประมาณตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคมจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม)จะเป็นช่วงที่ผู้คนเยอะมาก และเป็นที่นิยมถึงขีดสุดในช่วงเทศกาล”โอะบ้ง” (ประมาณกลางเดือนสิงหาคม) หากเป็นไปได้ ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการไปในช่วงเทศกาลโอะบ้งเพราะว่าคนจะเยอะมากๆจนอาจทำให้อารมณ์เสียและขาดอรรถรสในการปีนเขาไป และให้ไปในช่วงวันธรรมดาตั้งแต่1-15กรกฎาคม เพราะว่าคนจะน้อย แต่ข้อเสียของการไปปีนเขาในช่วงนี้คือสภาพอากาศที่คาดเดาลำบาก (เดี๋ยวฝนตกหนัก เดี๋ยวแดดแรงจัด) ช่วงไหนล่ะที่ไม่ควร/ไม่สามารถไปปีนเขาได้? […]

  • เทศกาลหรรษาเดือนตุลาคม ตอนที่3: นากาซากิคุนจิ 「長崎くんち」การร่ายรำบวงสรวงเทพเจ้าและการแห่มิโคะชิอันศักดิ์สิทธิ์
    Posted in: culture, ท่องเที่ยว, ทั่วไป, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

    Pin It จากเทศกาลบูชาสาหร่ายมะริโมะของฮอกไกโด (เหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น) ไปต่อกันที่เทศกาล“นากาซากิคุนจิ”ซึ่งอยู่ทางใต้ของประเทศญี่ปุ่นกันครับ^^                                                                             ที่มาของรูปภาพ: http://nagasaki-kunchi.com เทศกาลนี้ถือเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่จัดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงติดต่อกันมายาวนานกว่า400ปี ณ ศาลเจ้าซีวะ 「諏訪神社」 จุดเด่นของงานที่ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวรอชมกันด้วยใจจดจ่อคือ การร่ายรำบวงสรวงเทพเจ้่าที่ว่ากันว่าสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ โดยแต่ละเมืองจะส่งการแสดงของตนมาแสดงต่อหน้าเทพเจ้าและผู้ชมมากมายที่ตั้งตารอ อีกจุดนึงที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือ การแห่ขบวน”มิโคะชิ”ที่ทำเป็นรูปเรือ 3 หลังจาก […]

  • เทศกาลหรรษาเดือนตุลาคม ตอนที่2: มะริโมะ มัทซึริ 「まりも祭り」มาบูชาสาหร่ายมะริโมะกัน
    Posted in: วัฒนธรรม

    Pin It                                             ที่มาของภาพ: http://goraku-albcal16.blogspot.com/2007/10/marimo-matsuri.html เทศกาลนี้มีขึ้นที่หมู่เกาะฮอกไกโดที่อยู่เหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น ณ ริมทะเลสาบอะคัน เพื่อบูชา“สาหร่ายมะริโมะ”ที่ใกล้จะสูญพันธ์ุเต็มที ประเพณีนี้เป็นสิ่งที่“ชาวไอนุ「アイヌ」” ชนเผ่าพื้นเมืองของฮอกไกโดยึดถือปฏิบัติอย่างมีแบบแผนต่อเนื่องมาเป็นเวลาช้านาน สาหร่ายมาริโมะมีลักษณะเป็นทรงกลมมีสีเขียวมารวมกัน เติบโตได้ดีในน้ำจืด เมื่อโตเต็มที่จะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร แต่ที่ทะเลสาบอะคันนั้นถือว่าพิเศษเพราะสาหร่ายชนิดนี้เมื่อโตเต็มที่จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 30 เซนติเมตรเลยทีเดียว ถือเป็น“อนุสาวรีย์ทางธรรมชาติที่ควรรักษาไว้อย่างยิ่ง”                               […]

  • แนะนำ “ตุลา-มัทซึริ” …เทศกาลหรรษาเดือนตุลาคม「ตอนที่1」
    Posted in: วัฒนธรรม

    Pin It ย่างเข้าสู่เดือนตุลาคม… เดือนแห่งการเริ่มต้นภาคการศึกษาใหม่ของนักศึกษาญี่ปุ่นและนักศึกษาต่างชาติที่เดินทางสู่แดนอาทิตย์อุทัย เดือนแห่งการเริ่มต้นชีวิตการทำงานในที่ทำงานใหม่ของหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนที่ทำงานหรือเริ่มต้นทำงานหลังจากสำเร็จการศึกษา ทีมงานJapaiJapanขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขและประสบความสำเร็จดังที่ตั้งใจไว้ทุกประการครับ และแน่นอน เมื่อเข้าสู่เดือนใหม่ เทศกาลที่น่าสนใจมากมายก็เดินทางมาให้เราได้อิ่มเอมกับบรรยากาศเช่นเคยครับ เดือนตุลาคมเป็นอีกหนึ่งเดือนที่มีเทศกาลน่าสนใจมากมายจากทุกจังหวัดในประเทศญี่ปุ่น ช่วงต้นเดือนตุลาคม: มะริโมะ มัทซึริ 「まりも祭り」 เสาร์-อาทิตย์ต้นเดือนตุลาคม: เทศกาล ทซึมัทซึริ 「津祭り」 โอทซึมัทซึริ 「大津祭り」และ มาเอบะชิ มัทซึริ 「前橋祭り」 7-9 ตุลาคม: นางาซากิคุนจิ 「長崎くんち」 8, 9, 14-17 ตุลาคม: ไซโจ มัทซึริ 「四条祭り」ซึ่งในหนึ่งปี จะจัดงานสองครั้ง 9-10 ตุลาคม:  ทาคายามะมัทซึริ「高山祭り」ซึ่งในหนึ่งปี จะจัดงานสองครั้ง และ โคโตะฮิระกุ เรไทไซ 「金刀比羅宮列大際」 11 ตุลาคม: นิอุจินจะ เรไทไซ วะไร มัทซึริ 「丹生神社列大際笑い祭り」 วันจันทร์ที่สองของเดือนตุลาคม: นะฮะ โอทซึนะ ฮิกิ 「那覇大綱挽き」 ศุกร์-อาทิตย์ที่สองของเดือนตุลาคม: […]

  • Fuji_Climbing
    สองเทศกาลน่าสนใจของญี่ปุ่นช่วงปลายเดือนกันยา โทโยเนะมุระ-ฮะนะมัทสึริ และ คิชิวาดะ ดันจิริ มัทสึริ
    Posted in: culture

    Pin It โทโยเนะมุระ-ฮะนะมัทสึริ 「豊根村ー花祭り」 ปลายเดือนกันยายนเช่นนี้ มีเทศกาลที่น่าสนใจของญี่ปุ่น นั่นคือ โทโยเนะมุระ-ฮะนะมัทสึริ 「豊根村ー花祭り」 โทโยเนะมุระ-ฮะนะมัทสึริ 「豊根村ー花祭り」เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อบวงสรวงบูชาเทพเจ้าด้วยการร่ายรำทั้งคืน เทศกาลนี้มีขึ้นที่จังหวัดไอจิ 「愛知県」สามารถเดินทางจากสถานีโตเกียวด้วยรถไฟ”โทไคโด”ชินคันเซนมายังสถานีนาโกย่า ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง เทศกาลนี้มีการร่ายรำที่หลากหลาย อาทิ การร่ายรำของเด็กๆที่เรียกว่า ฮะนะโนะไม 「花の舞」หรือการแสดงพื้นบ้านอย่าง ยุบะยะชิ 「湯ばやし」เป็นต้น ภาพประกอบจาก  http://ja.wikipedia.org/wiki/%E3%83%95%E3%82%A1%E3%82%A4%E3%83%AB:@CIMG3676.jpg เป็นเทศกาลที่คึกคักมาก ผู้ร่ายรำและนักท่องเที่ยวจะมีกิจกรรมร่วมที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันด้วยการส่งเสียงร้องว่า “เทโฮะเอะ เทะโฮะเอะ“กันอย่างสนุกสนาน หากไปร่วมเทศกาลนี้ที่จังหวัดไอจิ นอกเหนือจากสถานที่เที่ยวมากมายแล้ว อย่าลืมไป “ลากูน่า กะมะโกริ”นะครับ เป็นมารีนรีสอร์ทที่ครบวงจรมากรีสอร์ทนี้อยู่ที่อ่าวมิคะวะ มีสวนน้ำ สวนสนุก แหล่งช็อปปิ้ง ร้านอาหาร และออนเซ็นธรรมชาติ การเดินทาง จากสถานีนาโกย่า นั่งรถไฟสายโทไคโดซึ่งเป็นสายหลักของพื้นที่นี้ไปยังสถานีกะมะโกริ「蒲郡駅」จากนั้นนั่งรถประจำทางที่วิ่งตรงมายังรีสอร์ท ใช้เวลาประมาณ20นาที ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 1,600เยน เด็ก(ป.-ม.ต้น) 900เยน  “คิชิวาดะ ดันจิริ มัทสึริ「岸和田だんじり祭り」” มาต่อกันที่อีกเทศกาลกันครับ คือ“คิชิวาดะ ดันจิริ มัทสึริ「岸和田だんじり祭り」” ซึ่งอยู่ในพื้นที่คันไซของประเทศญี่ปุ่นครับ […]

  • ร้อนนี้ที่ญี่ปุ่น ตอนที่3: ฮะนะบิ (Hanabi:花火)
    Posted in: ท่องเที่ยว, ทั่วไป, บันเทิง, วัฒนธรรม

    Pin It ช่วงพักร้อนของคนญี่ปุ่นอยู่ในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นเดือนที่อากาศร้อนจัด พนังงานบริษัทจะผลัดกันลาพักร้อน และเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยปิดภาคการศึกษา นักศึกษาจะใช้ช่วงเวลานี้ในการไปเที่ยว หากลองสังเกตให้ดี ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมจนถึงต้นเดือนกันยายนจะมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นมาเมืองไทยเยอะมากเป็นพิเศษ แต่สำหรับนักศึกษาไทย ถ้าเก็บเงินได้เยอะก็อาจได้กลับไปหาครอบครัวที่เมืองไทย แต่สำหรับหลายๆคนก็ต้องนอนทนร้อนที่ญี่ปุ่น จะกลับไปเมืองไทยก็สู้ค่าเครื่องบินไม่ไหว ต้องกลับก่อนเดือนสิงหาคม หรือไม่ก็ให้เลยช่วงนี้ไปก่อน คนญี่ปุ่นมักหาวิธีคลายร้อนด้วยการไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง…ไปเที่ยวชายทะเลบ้าง…แต่ขอบอกนะครับ…หาดทรายบ้านเรากินขาดเลย ทะเลญี่ปุ่นไม่ค่อยมีหาดทรายสวยๆเหมือนบ้านเรา…ยกเว้นที่เกาะโอะกินะวะ ที่มีหาดทรายกับน้ำทะเลสีฟ้าครามที่พอจะเทียบความงามกับบ้านเราได้ กิจกรรมคลายร้อนตอนหัวค่ำที่เป็นที่นิยมของคนญี่ปุ่นคือ “การชมดอกไม้ไฟ” เดือนสิงหาคมทั้งเดือนเรื่อยไปจนถึงต้นเดือนต้นเดือนกันยายนจะมีการจัด“ฮะนะบิไทไค (Hanabi Taikai)” หรือ“มหกรรมดอกไม้ไฟ”ตามริมแม่น้ำทั่วประเทศให้ประชาชนชม ที่เรียกว่ามหกรรมเพราะว่าจุดดอกไม้ไฟให้ชมกันเป็นหมื่นๆลูกเลยครับ  คนญี่ปุ่นมองดอกไม้ไฟเป็นปรัชญา กล่าวคือ สะท้อนให้เห็นความหรูหรา แต่เป็นความงามที่ไม่ยั่งยืน ดังวูบเดียว สวยวูบเดียวแล้วก็หายวับไป ทว่าความงามของดอกไม้ไฟก็ช่วยให้เราลืมร้อนไปได้เช่นกัน ที่ใดมีมหกรรมดอกไม้ไฟ คนเป็นหมื่นๆคนจะไปจับจองที่นั่งชมดอกไม้ไฟกันตั้งแต่สี่โมงเย็น ผู้คนจะแต่งชุด”ยุคะตะ (Yukata)” หรือกิโมโนแบบลำลองสำหรับฤดูร้อน แล้วก็หอบเก้าอี้ตัวเล็กๆ ขนเสื่อไปปูนั่ง กินอาหาร ร่ำสุราและชมดอกไม้ไฟไปพลางๆสุขเสียจริงนี่กระไร ในสมัยเอะโดะ ผู้ที่เป็นสปอนเซอร์จัดมหกรรมดอกไม้ไฟให้ประชาชนชมคือ “ไดเมียว (Daimyo)” หรือเจ้าผู้ครองนคร แต่ในปัจจุบันสำนักงานเขตร่วมกับบริษัทเอกชนจะเป็นสปอนเซอร์ พอดอกไม้ไฟแต่ละลูกขึ้นฟ้า ชื่อบริษัทผู้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ก็จะลอยมาตามสายลม เหมือนกับการประกวดนางงามก็มิปาน… ช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆของญี่ปุ่น เป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่ศิลปินจะออกซิงเกิ้ลเพลงมาเอาใจแฟนๆ  เทศกาล”ฮะนะบิ”ก็เช่นกันครับ ศิลปินมากมายจะออกซิงเกิ้ลที่มีความหมายของเพลงเกี่ยวข้องกับเทศกาลดอกไม้ไฟนี้ บ้่างก็เกี่ยวกับความรัก…บ้างก็เกี่ยวกับความสนุก…แต่ดังมากที่สุดในช่วงปีพ.ศ.2550-2554 คงจะหนีไม่พ้นเพลง“Hanabi”ของวงPop-Rock […]

  • 3042526505_0a6c44f2d8_m
    หน้าร้อนญี่ปุ่น กับ Heat Stroke: ปัญหาสุขภาพหน้าร้อนที่ไม่ควรมองข้าม
    Posted in: life style, กีฬา, สุขภาพ

    Pin It เมื่่อต้นเดือนวงการฟุตบอลแดนอาทิตย์อุทัยได้สูญเสียบุคลากรสำคัญอย่าง นะโอะกิ มัตสึดะ อดีตปราการหลังทีมชาติญี่ปุ่นไปแบบช็อกวงการที่โรงพยาบาลภายหลังจากเจ้าตัวหมดสติระหว่างการฝึกซ้อมไปได้เพียง2วันเท่านั้น สาเหตุการเสียชีวิตของปราการหลังรายนี้มีรายงานว่าเกิดจากภาวะหัวใจวายอันเรื่องมาจาก“Heat Stroke” แม้ทีมแพทย์ได้เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดและใช้เครื่องช่วยหายใจแล้ว แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตจากพญามัจจุราชได้ ผู้เขียนและกองบรรณาธิการฯขอแสดงความเสียใจจากการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของปราการหลังขวัญใจชาวญี่ปุ่นรายนี้ด้วย มีรายงานผู้เสียชีวิตจากภาวะ“Heat Stroke“ถึง43รายในช่วงเวลา2เดือนจากการสำรวจจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ปัญหาดังกล่าวกลายมาเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงไม่น้อยไปกว่าเรื่องปัญหาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และแผ่นดินไหวเลย เพื่อให้คนไทยทั้งที่อาศัยในประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยตระหนักถึงเรื่องนี้และมีการเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ ผมจึงขอขยายความเรื่องนี้ให้ทุกคนได้ทราบ ภาวะ“Heat Stroke”หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า”ลมแดด”นั้น เป็นภาวะที่สามารถเกิดได้กับมนุษย์ทุกชาติ ทุกเพศ ทุกวัย เป็นอาการที่ร่างกายได้รับความร้อนจากภายนอกมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานหนักกลางแดด ต้องเดินทางเจอแดดตลอด ออกกำลังกายกลางแดด หรือเล่นกีฬากลางแดดจัดเป็นระยะเวลานานโดยไม่ได้รับน้ำหรือเกลือแร่ชดเชยในอัตราที่พอเพียงเมื่อเทียบกับที่สูญเสียไป ผมขอเน้นอีกครั้งว่า”แม้ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ”ก็สามารถประสบกับภาวะนี้ได้เช่นกัน! หากใครออกกำลังกายจำเป็นต้องดื่มน้ำและได้รับเกลือแร่เป็นระยะๆ อย่าทะนงตัวว่าเป็นคนแข็งแรงเด็ดขาด! ยามอากาศร้อนจัด ร่างกายจะขับเหงื่อออกมาเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลงจนถึงระดับปกติ ซึ่งนี่เป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกาย บางคนอาจรู้สึกเหนียวตัวบ้าง แต่อยากจะบอกว่ากลไกเช่นนี้แหละที่ช่วยชีวิตร่างกายเราไว้ ใครที่ห่วงสวยห่วงหล่อก็อย่าเช็ดเหงื่อออกมากเกินไปนะครับ ใครที่ยังมีเหงื่อออกมากๆอยู่ จงภูมิใจนะครับว่ากลไกการทำงานของระบบต่าวๆภายในร่างกายของเรายังปกติอยู่:) ลมแดดมักเกิดในเพศชายได้มากกว่าเพศหญิง ส่วนใหญ่จะพบได้ในวัยกลางคน และผู้สูงอายุ สำหรับนักดื่มก็นับเป็นอีกสาเหตุเสริมอย่างหนึ่งที่ชักนำให้เกิดลมแดดได้ง่ายขึ้น เพราะแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำ เช่นเดียวกับคนที่นอนดึก คนน้ำหนักเกิน และคนที่กำลังลดน้ำหนัก พอร่างกายร้อนเต็มที่จนถึงขั้นหมดสติ หรือเกิดลมชัก หากไม่ได้รับการปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องและทันเวลา ก็มีโอกาสเสียชีวิตได้ หากใครรู้สึกว่าผิวหนังเริ่มแห้ง หน้าแดง ชีพจรเต้นเร็ว หายใจลึก กระหายน้ำอย่างหนัก…อันนี้ต้องรีบพักนะครับ […]

  • gionmatsuri
    มัทสึริ『祭り』…ยิ่งกว่าคำว่า”เทศกาล” ตอนที่1: รู้จักกับ”มัทสึริ”ให้ถึงแก่น
    Posted in: life style, การศึกษา, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

    Pin It เอ่ยถึงคำว่า“มัทสึริ”『祭り』แปลตรงตัวก็คือ“เทศกาลตามฤดูกาลต่างๆ” แต่สำหรับชาวอาทิตย์อุทัยนั้น หาใช่หมายถึง“เทศกาล”อย่างเดียวไม่ จากความเชื่อในพลังอันยิ่งใหญ่ซึ่งสถิตย์อยู่ในธรรมชาติ ตลอดจนการให้ความสำคัญกับฤดูกาลที่แตกต่างกัน ชาวอาทิตย์อุทัยนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นชนชาติที่ให้ความสำคัญกับงาน“มัทสึริ”เป็นอย่างมาก ตลอด1ปีที่ฤดูกาลถูกแบ่งออกเป็น 4 ฤดูนั้น เต็มไปด้วย“มัทสึริ”มากมาย บ้างก็เกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลี้ลับ… บ้างก็เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา… บ้างก็เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต… บ้างก็เป็นการบอกเล่าเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์และรำลึกถึงบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ… แต่ในทุก“มัทสึริ” สิ่งที่เห็นเด่นชัดที่สุดเห็นจะเป็นการตกผลึกทางจิตวิญญาณของชาวอาทิตย์อุทัยที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ทุกคนร่วมแรงร่วมใจ อนุรักษ์ และกระตือรือล้นที่จะเผยแพร่ช่วงเวลาที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในงาน”มัทสึริ”ของท้องถิ่นตนเอง เพื่อออกสู่สายตาของบุคคลภายนอก อีกทั้งยังช่วยกันดำเนินกิจกรรมในแต่ละปีให้ยิ่งใหญ่ และมีความน่าสนใจยิ่งๆขึ้นไปด้วย เหตุนี้เอง ที่ทำให้แต่ละ“มัทสึริ”ของญี่ปุ่นมีมนต์ขลัง และควรค่าแก่การประจักษ์ด้วยสายตาของเราเอง จากเหนือจรดใต้…จากตะวันออกสู่ตะวันตก ประเทศหมู่เกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและอารยธรรมโบราณที่งดงามมากมาย เป็นที่ตั้งและหลอมรวมเอาความเชื่ิอเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติ ตกผลึกเป็น”มัทสึริ”และพิธีกรรมที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว   ขอบคุณภาพประกอบจาก Flicker.com

  • Tanabata-Hiratsuka-2
    เทศกาลทะนะบะตะ (Tanabata: 七夕)
    Posted in: life style, ท่องเที่ยว, ทั่วไป, วัฒนธรรม

    Pin It เมื่อฤดูร้อนมาเยือนประเทศญี่ปุ่น เทศกาลที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ”เทศกาลทะนะบะตะ” เทศกาลทะนะบะตะ (Tanabata: 七夕) มีต้นกำเนิดมาจากเทศกาล Qixi ในประเทศจีน ซึ่งจะมีการเฉลิมฉลองกันในตอนกลางคืน เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการได้พบกันเพียงปีละครั้งของ”เจ้าหญิงโอะริ” และ “ฮิโคะโบะชิ” จากนิยายปรัมปรา ทางช้างเผือกซึ่งเปรียบเสมือนแม่น้ำอันประกอบไปด้วยหมู่ดาวมากมายที่พาดผ่านแผ่นฟ้า ได้ขวางกั้นความรักของทั้งสองเอาไว้ โอกาสที่ทั้งสองจะได้รับอนุญาตให้ได้เจอกันมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น ซี่งจะตรงกับวันที่7ของเดือน7ตามปฎิทินจันทรคติ…รักข้ามขอบฟ้านั่นเอง คนญี่ปุ่นมักเขียนขอพร ซึ่งมักอยู่ในรูปของบทกลอนบทกระดาษแผ่นเล็กๆที่เรียกว่า “ทังซะคุ (tanzaku: 短冊)” จากนั้นก็จะนำขึ้นไปแขวนบนลำไม้ไผ่ หรือบางทีก็เป็นอุปกรณ์ตกแต่งให้สวยงามที่สามารถนำมาลอยน้ำได้คล้ายเรือ จากนั้นก็จะนำไปลอยในแม่น้ำ หรือเผาไฟประมาณเที่ยงคืนหรือวันถัดไปหลังจากที่เสร็จสิ้นเทศกาลไปแล้ว ประเพณีการละเล่นในเทศกาลนี้จะคล้ายคลึงกับการลอยเรือกระดาษและเทียนไขไปตามแม่น้ำในเทศกาล”โอะบ้ง (Obon)”มากครับ ในเทศกาลทะนะบะตะมีเพลงให้ร้องด้วย ข้างล่างเป็นเนื้อร้อง Sasa no ha sara-sara (笹の葉 さらさら) Nokiba ni yureru (軒端にゆれる) Ohoshi-sama kira-kira (お星様 キラキラ) Kingin sunago (金銀砂子) ประเทศญี่ปุ่นได้กำหนดวันสำหรับเทศกาลทะนะบะตะลงในปฎิทินเรียบร้อยแล้ว รายละเอียดข้างล่างเป็นกำหนดวันตั้งแต่ปีพ.ศ.2553-2563 พ.ศ.2553= 16 สิงหาคม พ.ศ.2554=   6 สิงหาคม พ.ศ.2555= 24 […]

  • 268729_2181225289216_1204449615_32712795_8151327_n
    ร้อนนี้ที่ญี่ปุ่น : “อะจิไซ” นางฟ้าแห่งฤดูร้อนและฤดูฝนของคนญี่ปุ่น
    Posted in: life style, ทั่วไป, วัฒนธรรม

    Pin It   จากตอนที่1 หลายๆคนคงรู้สึกว่าหน้าร้อนในญี่ปุ่นนั้นแสนทรมานเสียเหลือเกิน… อย่างไรก็ตาม ทัศนียภาพที่ดูสดชื่นพอๆกับสายฝนและช่วยคลายร้อนได้ดีคือ “ดอกอะจิไซ (Ajisai)”ครับ ต้นอะจิไซหรือไฮเดรนเยีย (Hydrangea) เป็นไม้พุ่ม สูงเต็มที่ประมาณ1.5เมตร ออกดอกเป็นช่อครึ่งวงกลมสวยงามมาก พุ่มช่ออาจมองเห็นเป็นดอกเดียว แต่แท้ที่จริงแล้วในช่อนั้นจะมีดอกเล็กๆกระจุกรวมกันอยู่ทำให้มองเห็นเป็นดอกใหญ่ดอกเดียว เป็นดอกไม้ที่สวยงามประหนึ่งนางฟ้า ช่วยคลายอากาศร้อนอบอ้าวให้แก่คนญี่ปุ่นได้ดีทีเดียว   เมื่อก่อนเคยมีการถกเถียงกันว่าต้นอะจิไซนั้นเป็นต้นไม้ที่กำเนิดในประเทศญี่ปุ่นหรือไม่ บ้างก็ว่าใช่…บ้างก็ว่านำมาจากประเทศจีน แต่ปัจจุบันเชื่อกันอย่างกว้างขวางว่าอะจิไซเป็นต้นไม้พื้นเมืองของญี่ปุ่นก่อนที่จะมีการนำไปปลูกที่จีน นานมาแล้วญี่ปุ่นมีอะจิไซมากกว่า 20 สายพันธุ์ เท่าที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ชื่อของอะจิไซปรากฎในวรรณกรรมญี่ปุ่นครั้งแรกใน”มันโยชู (Manyoshu)” ซึ่งเป็นหนังสือรวมกวีนิพนธ์ที่เก่าแก่ที่สุดจากศตวรรษที่8 และในปีพ.ศ.2333 ได้มีการนำตัวอย่างต้นอะจิไซจากจีนไปปลูกที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งถือเป็นการนำต้นอะจิไซหรือไฮเดรนเยียสู่ทวีปยุโรปเป็นครั้งแรก ทุกวันนี้มีการปลูกไฮเดรนเยียกันอย่างกว้างขวางทั่วโลก รวมไปถึงที่ประเทศไทยของเราด้วย ดอกอะจิไซจะสามารถเปลี่ยนสีไปได้ตามกาลเวลาหลังจากออกดอก แต่ความมหัศจรรย์อีกอย่างของพืชชนิดนี้คือ สีของดอกจะเปลี่ยนไปตามสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินได้! อาทิ ถ้าดินมีฤทธิ์เป็นกรดมาก หรือมีpHน้อยกว่า 5.5 อะจิไซจะออกดอกเป็นสีม่วงหรือสีฟ้า แต่ถ้าดินมีฤทธิ์เป็นด่่าง หรือมีpHมากกว่า 5.5 อะจิไซจะออกดอกเป็นสีชมพูหรือแดงครับ   อันนี้คงจะขึ้นกับความชอบของแต่ละคน บางปีอยากได้ดอกอะจิไซเป็นสีชมพูลองรดด้วยน้ำที่แกว่งด้วยสารส้มดูนะครับ แต่ถ้าอยากได้สีม่วงเข้ม ลองรดด้วยน้ำผสมน้ำส้มสายชูดู แต่สำหรับพันธุ์ที่ออกดอกเป็นสีขาวอยู่แล้ว จะรดด้วยน้ำอะไร สีก็จะไม่เปลี่ยนไปตามสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินนะครับ สำหรับสาวๆหากมีหนุ่มๆชมว่า […]

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Thailand License.