ทัวร์แมวจร@ญี่ปุ่น 1.01 – เตรียมตัว

สวัสดีครับ ผมจะมาเปิดตัวบันทึกการเดินทางไปญี่ปุ่น เมื่อกลางเดือนมิถุนายน พ.ศ.2555 ครับ ในชื่อว่า “ทัวร์แมวจร” ซึ่งผมเคยลงไว้ในบล็อกส่วนตัวแล้ว แต่เอามาลงที่นี่ด้วย เพื่อให้มีคนได้อ่านกันมากขึ้น

เหตุผลหลักที่ไปครั้งนั้นก็คือไปร่วมงานประชุมวิชาการตามประสานักศึกษาปริญญาโทนั่นแหละ (ได้ข่าวว่าเข้างานแค่วันเดียว ที่เหลือไปเที่ยวหมด ฮาา)

เป็นครั้งแรกเลยที่เดินทางด้วยตัวคนเดียว แผนการเดินทาง เอกสาร จองตั๋วเครื่องบิน และโรงแรมด้วยตัวเองทั้งหมด ส่วนสาเหตุที่ตั้งชื่อว่าทัวร์แมวจรก็เพราะว่า จะเป็นทัวร์แนวผจญภัยด้วยตัวเอง เหมือนกับแมวที่จรไปหลากหลายสถานที่ ไปตามที่ต่างๆ ที่ทัวร์ปกติไม่ค่อยได้ไปกัน ถือเป็นการเปิดหูเปิดตาได้ดีเลยล่ะ ใช้เวลาประมาณ 9 วัน ส่วนแผนการเดินทาง ก็ไปสามที่ใหญ่ๆ นั่นคือ เริ่มต้นที่ยามากุจิ, แล้วขึ้นไปเซ็นได, แล้วกลับลงมาแถวๆ โตเกียวครับ เดินทางเกือบจะทั่วเกาะฮอนชูเลยทีเดียว

ก่อนที่ผมจะเดินทางไปญี่ปุ่นได้ก็ต้องมีการเตรียมการกันเสียก่อน อย่างแรกเลยก็คือเรื่องการทำวีซ่าครับ

พูดถึงวีซ่า หลายๆ คนก็คงจะคิดว่า ถ้าจะทำวีซ่า ต้องไปทำที่สถานทูตญี่ปุ่น แถวๆ ปทุมวัน ตรงข้ามสวนลุมพินีใช่ไหมครับ ผมบอกเลยว่า ไม่ใช่ครับ! สถานทูตญี่ปุ่นจะรับทำวีซ่าสำหรับหนังสือเดินทางประเภททูตและราชการเท่านั้น แต่สำหรับคนธรรมดาอย่างเราๆ ท่านๆ ที่จะไปท่องเที่ยว หรือธุรกิจ จะต้องไปที่ศูนย์ยื่นขอวีซ่าญี่ปุ่น (JVAC) ที่อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ (สำนักงาน) ชั้น 15 โดยลง BTS ศาลาแดงครับ

สำหรับเอกสารที่ต้องเตรียมไปนั้น ก็ต้องเตรียมให้ถูกด้วย เพราะวีซ่าแต่ละประเภทจะใช้เอกสารต่างชนิดกัน ถ้าขาดเอกสารอะไรไปแล้วต้องกลับไปเอาเอกสารมาใหม่ละก็คงจะลำบากน่าดูเลย เข้าไปดูกันได้ที่นี่ครับ
http://www.jp-vfsglobal-th.com/allvisacategories_documents.html

แนะนำให้กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มต่างๆ ให้ครบก่อนไปครับ (แบบฟอร์มสามารถหาโหลดได้จากเว็บด้านบน) พอไปถึงจะได้ขอบัตรคิว แล้วก็รอเรียก เพื่อจ่ายเงินได้ทันที ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมวีซ่า 1,120 บาท

แต่ยังไม่หมดครับ! เพราะยังต้องจ่ายค่าดำเนินการอีก 535 บาท (ซึ่งไม่มีบอกไว้บนเว็บ, เช็คเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 55) เลข 535 ผมดูแล้วก็รู้เลยว่าค่าที่ต้องจ่ายจริง 500 ส่วนอีก 35 บาทคือภาษี 7% …

แต่เดี๋ยวก่อน!

ถ้าเรามีแผนการเดินทางไปยังสามจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เช่น จังหวัดมิยางิ ฟุคุชิมะ และอิวาเตะ อย่างน้อยหนึ่งจังหวัด จะได้รับสิทธิ์ในการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า 1,120 บาทครับ (แต่ยังต้องจ่ายค่าดำเนินการอยู่ดี) แต่เราต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม นั่นคือ ต้องเขียนกำหนดการเดินทางเพิ่มเข้าไป แล้วก็เอกสารยืนยันการเดินทางไปสามจังหวัดเหล่านั้นด้วย เข่น จดหมายเชิญ หรือใบยืนยันการจองที่พักด้วย ซึ่งจะใช้สิทธิ์นี้ได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559 ครับ

รายละเอียดเพิ่มเติม
http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visa_tohoku.htm

ตอนจ่ายเงิน ถ้าเราไปทำวีซ่าเอง แล้วบ้านไกล ไม่อยากเข้ามารับวีซ่าถึงที่ศูนย์ ก็ให้เขาส่งเป็น ems มายังบ้านเราก็ได้ครับ ค่า ems ก็ขึ้นอยู่กับระยะทาง ของผมอยู่แถวๆ รังสิต เสีย 140 บาทครับ

และอย่างที่สอง สิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่เดินทางไปด้วยตัวเอง หรือไม่ได้ไปกับทัวร์ก็คือ บัตร JR pass ครับ ถ้ามี JR pass เราจะใช้โดยสารรถไฟในเครือ Japan Railways ได้ทั่วญี่ปุ่น โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งใช้กับรถไฟชิงคันเซ็นได้เกือบทุกขบวน ยกเว้น Nozomi และ Mizuh

นอกจากรถไฟแล้ว ก็ยังใช้กับรถโดยสาร JR bus และ JR ferry ได้ด้วย (JR ferry จากสถานี Miyajimaguchi ข้ามมายังเกาะมิยาจิม่า Miyajima เท่านั้น)

ที่ผมบอกให้เตรียมเรื่อง JR pass ก็เพราะว่า

1. JR pass ไม่มีขายในญี่ปุ่นครับ! นอกญี่ปุ่นก็ไม่มีขาย เราจะต้องซื้อตั๋วแลก JR pass หรือที่เรียกว่า Exchange Order ก่อนเดินทาง กับตัวแทนจำหน่ายในไทย แล้วเอาไปแลกเป็น JR pass ตามสถานีรถไฟบางสถานีที่ญี่ปุ่น เวลาซื้อ exchange order ทางผู้จำหน่ายอาจจะขอดูวีซ่าเราก่อนด้วย แนะนำให้ทำวีซ่าก่อน แล้วค่อยมาซื้อ exchange order ครับ

2. หลังจากเข้าญี่ปุ่นมาแล้ว บางสถานี โดยเฉพาะสถานีที่อยู่ใกล้กับสนามบิน หรือตามเมืองใหญ่ๆ จะมีที่ให้เราแลก JR pass ได้ เวลาแลก exchange order มาเป็น JR pass ก็มีเงื่อนไขอีกครับ! ผู้ที่จะแลก JR pass ได้ ต้องเป็นชาวญี่ปุ่นที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น หรือชาวต่างชาติที่เดินทางมาญี่ปุ่นในสถานะ Temporary Visitor เท่านั้น แล้วตอนตรวจคนเข้าเมือง จะต้องได้รับสแตมป์ Temporary Visitor ด้วย ถ้าเรามาเพื่อท่องเที่ยวหรือธุรกิจด้วยเวลาไม่เกิน 15 วัน จะได้สถานะนี้ครับ ถ้าไม่ได้สถานะนี้ ถึงจะมี exchange order ก็จะแลก JR pass ไม่ได้อยู่ดี ซึ่งตอนแลก เขาจะขอดูตัวนี้ด้วย แล้วเขาจะให้แบบฟอร์มมาให้เรากรอกระบุวันเริ่มใช้ JR pass ถ้าเราเที่ยวไม่เกิน 7 วัน ก็สามารถใส่วันเริ่มใช้เป็นวันที่เราไปถึงญี่ปุ่นได้เลย แต่ถ้าเที่ยวสัก 8-10 วัน ก็เลือกช่วงเวลาเริ่มใช้ให้ดี เอาให้ช่วงเวลาที่เหลือเป็นช่วงที่เราเดินทางน้อยที่สุด จะคุ้มกว่าซื้อ JR pass แบบ 14 วันแน่นอนครับ หรือถ้าเที่ยวอยู่เฉพาะบางส่วน ก็มี JR pass แบ่งตามภูมิภาคขายเช่นกัน ซึ่งราคาถูกกว่า JR pass แบบที่ใช้ได้ทั่วญี่ปุ่นครับ

โอเค… ปูพื้นฐานไว้เรียบร้อยแล้ว ทัวร์แมวจรคราวหน้าจะเริ่มพาออกเดินทางละครับ!

Original: http://t-tan.exteen.com/20120601/entry

About the author /


Programmer @ zocialinc, #yuruyuri, ต้นตำรับทัวร์แมวจร,นักเขียนมือสมัครเล่นของ http://japaijapan.com มี blog หลักอยู่ที่ http://toeysan.com และจะเขียนลง japaijapan เป็นบางครั้งบางคราวครับ

Related Articles

Post your comments

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Thailand License.